
ไลฟ์สตางค์-บางสิ่งที่ไม่ชอบ ก็ให้สิ่งที่ใช่
ตอนจบใหม่ๆ และตระเวนออกหางานโฆษณาครั้งแรก ได้แต่วาดฝันจะนั่งอยู่ในเอเยนซีใหญ่ มี ครีเอทีฟเก่งๆ ออฟฟิศไม่หรูไปเลยก็ต้องออกแนวโมเดิร์นสุดๆ
แต่เป็นคนไม่มีดวง หาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เลยจำใจยอมไปสัมภาษณ์ที่เล็กๆ แห่งหนึ่ง มีพนักงานนับรวมกันไม่เกินหลักสิบ สถานที่ก็เป็นแค่บ้านเล็กๆ ตกแต่งแสนธรรมดา ขนาดกะทัดรัดใจกลางสีลม
ผมทำอยู่ปีกว่า ก่อนย้ายไปเอเยนซีใหญ่ดังใจหวัง เป็นประสบการณ์ที่สนุกและคุ้มค่าที่สุดที่หนึ่ง เพราะด้วยความเล็กของพวกเรา จึงใช้คอนเซ็ปต์ลงแขกร่วมกัน ไล่ทำตั้งแต่งานราษฎร์ยันงานหลวง
งานมีตั้งแต่ไปรับบรีฟ คิดงาน ออกกองถ่ายผมก็ไป เป็นเมสเซนเจอร์ส่งของก็เคยทำ ถึงเทศกาลไหว้เจ้า ก็ช่วยกันไหว้ ปีใหม่ทีไร ขันอาสาเป็นฝ่ายจัดซื้อ จัดหาของปีใหม่แจกเพื่อนๆ
ทำกันขนาดนี้ ถ้าย้อนอดีตได้ผมก็ไม่เปลี่ยน เพราะที่เล็กๆ ที่ใจเราไม่เอาในตอนแรก กลับให้บทเรียน สอนให้เรารู้จักความอดทน รู้รอบด้าน รู้วิธีคิดเจ้าของกิจการ รู้เอาตัวรอด และอีกหลายๆ รู้
ถึงเวลากินข้าวทีไร ก็ยังอดขำเพราะหลายมื้อกินกันเป็นโต๊ะใหญ่ พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็ได้เห็นมิตรภาพเต็มๆ ที่อาจหาไม่ได้ในองค์กรใหญ่ ขนาดผ่านไปแล้วสิบกว่าปี เราก็ยังนัดเจอกันอีก
คงเหมือนที่ภาษาประกิตบอกไว้ว่า “Don’t judge a book by its cover” อย่าตัดสินกันที่ภายนอก ต้องเข้าไปสัมผัสถึงจะรู้จักตัวตน
ถ้าผมตัดสินใจเซย์กู๊ดบายตอนนั้น เผลอๆ อาจไม่ได้ทำมาร์เกตติ้งที่ชอบในวันนี้ก็ได้
ผมยังเคยถามเพื่อนฝูงบางคนที่เกลียดงานเซลส์เข้ากระดูก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำ เพื่ออะไร?
คงเพราะคนเราเลือกในสิ่งที่ชอบไม่ได้ทั้งหมด พระเจ้าไม่ได้สร้างให้โลกให้มีแค่ด้านเดียว บางทีการทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ก็ให้บางอย่างกับเราได้ ถ้ากัดฟันอดทนทำสักปีสองปี อย่างน้อยก็ได้ฝึกความกล้า ฝึกงานขาย ฝึกทักษะการนำเสนอ เพื่อจะเอาความรู้ไปต่อยอดเป็นเจ้าของธุรกิจตัวเองในอนาคต
ไม่ต่างกับที่เจ้านายคนหนึ่งเคยบอกว่า "คุณต้องยอมเสียสละบางอย่าง เพื่อบางอย่าง" เหมือนจะสอนให้ผมรู้ว่าอนาคตที่หอมหวานล้วนต้องผ่านสมรภูมิและบททดสอบชีวิตกันทั้งนั้น
ใช่เลยครับ ตอนเด็กๆ ผมคนหนึ่งยอมอดทนเรียนหนักตั้ง 4 ปี คิดว่าลำบากไปก่อน ยังดีกว่ายอม
สบายแล้วไปแย่ในอีกกว่าครึ่งชีวิตหลังเรียนจบ
ถ้าจะวกเข้ามาเรื่องเงินๆ ทองๆ ต้องบอกว่าคอนเซ็ปต์นี้ก็เวิร์กอยู่ เราต้องตัดใจยอมสละความสุขบางอย่างในวันนี้เพื่อวันดีๆ ในวัยชรา
วันนี้ไม่เก็บ พรุ่งนี้ก็ไม่มี ถ้าเอาแต่ใช้ แล้วเมื่อไรจะรวย สั้นง่าย ความหมายในตัวไม่ต้องแปล
เรื่องเล่าของผมกับหัวเรื่องในวันนี้ยังไม่จบครับ
ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เก็บตังค์ไม่ค่อยอยู่ พ่อแม่จึงหยอกแกมบังคับให้ซื้อตึกแถว เหตุเพราะสุดท้าย ถ้าไม่มีเงิน ยังไงมีทรัพย์สินก็ยังดี ประกอบกับความเป็นคนจีน ชอบค้าขาย จึงเล็งการณ์ไกล อยากทำตึกให้คนเช่า มีรายได้เสริมทุกเดือน
ตอนแรกเพื่อนผมก็ไม่ชอบ ปฏิเสธท่าเดียว ไม่อยากได้ สู้เอาเงินไปซื้อคอนโดดีกว่า แต่ต้านแรงเสียดทานไม่ไหว ผสมความเกรงใจก็เลยซื้อไปอย่างนั้น กะว่าไม่ชอบค่อยมาขายเอา
วันก่อนรวมหมู่คุยกันเรื่องการลงทุนที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ จึงสบโอกาสถามไปถึงตึกแถวห้องนั้น ได้ความว่าดีทีเดียว ตอนนี้ให้ดอกออกผล เก็บค่าเช่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนหนึ่งเอาไปผ่อน แถมมีเหลือเอามาใช้ส่วนตัวได้ด้วย
ผมยังแซวไปเลยว่า ไหนตอนแรกบ่นไม่อยากได้ แต่ไหงสุดท้าย โอเคลงตัว
ผมเลยสรุปในใจเองว่า “อ๋อ…บางอย่างที่ไม่ชอบ ก็ให้ในสิ่งที่ใช่” ได้เหมือนกันครับ
ยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



