ข่าว

 ชวนชิม-บรรยากาศพาไปหา "ZENSE"

ชวนชิม-บรรยากาศพาไปหา "ZENSE"

06 ก.ย. 2552

เคยไหมเวลาผ่านร้านอาหารบางร้าน แล้วอยากแวะเข้าไปนั่งซะให้ได้ อารมณ์ประมาณไม่ได้นึกหิวข้าว แต่เพราะบรรยากาศดึงดูดให้รู้สึกอยากสัมผัสเฉยๆ แล้วก็ต้องจำนนยอมติดกับดัก พอรู้สึกดีสบายอารมณ์ก็ต้องถามหาของอร่อยมาขึ้นโต๊ะ

เสร็จสรรพรู้ตัวอีกทีก็อิ่มทั้งบรรยากาศและท้องพร้อมๆ กัน ซึ่งอารมณ์ที่ว่าก็พอจะเข้ากับที่นี่ "เซ้นส์" (ZENSE) บนชั้น 17 ของห้างเซน หุหุ...บรรยากาศพาไปจริงๆ นะ

 ความจริงร้านนี้เปิดตัวมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเป็นที่รู้จักกันพอควร แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้แวะอีกนั่นแหละ ได้ยินว่าตอนนี้เขามีลูกเล่นใหม่มาให้ลูกค้าตื่นเต้น เป็นอาหารฝั่งยุโรปโน้น...ตั้งชื่อเก๋ไก๋ว่า "ทู ดาย ฟอร์" (To Die For) ซึ่งปกติเขาจะมีอาหารจากร้านดังๆ มาให้บริการอย่างอาหารไทยมาจากไวท์ คาเฟ่ ตำรับอินเดียมาจากร้านเรด เมนูญี่ปุ่นมาจากร้าน เดอะ คิกคูซุย พ่วงด้วยอิตาเลียนจาก จานนี ริสตอรานเต และที่รื่นรมย์ไม่แพ้อาหารก็ต้องบรรยากาศนั่นเอง

 ดูเอาสิ! เขาออกแบบร้านโดยจับความเป็นตะวันออกอย่างวัสดุไม้ และความเป็นตะวันตกจำพวกของตกแต่งต่างๆ มาผสมผสาน แล้วก็มีระเบียงกว้างๆ แบบเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ เลยไม่พลาดวิวสวยๆ ใจกลางบางกอก ยิ่งตอนกลางคืนอย่างให้เซด... แสงสีจากตึกสวยระยิบระยับโรแมนติกที่ซู้ดด...อ๊ะ อ๊ะ มัวแต่เคลิ้ม นั่นแน่ะอีกคู่ละเดินเกี่ยวก้อยผ่านหน้าไปเฉย อิจฉาคนมีคู่จริงๆ

 กลับมาที่โต๊ะดีกว่า เวลาอิจฉาใครแล้วตามันร้อนท้องไส้ปั่นป่วน สั่งอะไรมาดับความฟุ้งซ่านดีกว่า อาหารนานาชาติเด่นดังใช่มั้ย จานแรกเรียกน้ำย่อยด้วยอาหารไทยๆ ออกแนวฟิวชั่น แซลมอนฟู (Flaked Salmon) ปลาดุกฟู หรือปลาอื่นๆ ฟูเคยกินกันมาแล้ว เปลี่ยนมาลองปลาไฮโซอย่างแซลมอนหน่อยจะเป็นไร รสชาติก็ไม่เลวนะออกกลางๆ อ้อ...ใส่อโวคาโดด้วย ไฮโซของแท้  
 
 ต่อด้วย ไก่ย่างสไตล์อินเดีย (Makhmali Malai Tikka) ปรุงรสด้วยซอสครีมและถั่ว บอกไว้ก่อนว่าร้านนี้เขาปรับรสชาติให้สามารถกินกันได้ทุกชนชาติ เพราะครึ่งหนึ่งของลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวนั่นเอง อาหารอินเดียจานนี้เลยลดความจัดจ้านของเครื่องเทศลงนิดหน่อย เนื้อไก่นุ่มๆ กับน้ำราดสูตรพิเศษหอมๆ รสเปรี้ยวใช้ได้เลย อินเดียผ่านไปอิตาเลียนจ่อคิวรอ กุ้งพันเบคอนอิตาลีย่าง (Gamberi & Capesante) กุ้งเนื้อแน่นย่างหอมๆ ราดซอสสูตรพิเศษของทางร้าน เสิร์ฟพร้อมร็อกเกตสลัด จากนั้นลองสั่งแบบญี่ปุ่น สเต๊กปลาทูน่าคลุกพริกไทยดำ (Maguro Pepper Steak) มาเสิร์ฟแวบแรกนึกว่าขอนไม้ คือเขาใช้ทูน่าชิ้นโตกริลล์ผิวนอกสุกนิดเดียวเหลืองพอนุ่มๆ แต่ไม่ถึงกับดิบเนื้อแดง เสิร์ฟพร้อมเห็ดญี่ปุ่น ถ้าใครชอบปลาดิบล่ะก็น่าจะโปรดปรานกันทีเดียว

 เพลิดเพลินจนลืมเงยหน้ากินบรรยากาศ วิวกรุงเทพฯ มุมสูงชวนหลงเหมือนกันนะเนี่ย เอาละจานเด็ดแบบ ทู ดาย ฟอร์ ของงานนี้มาเสิร์ฟแล้ว ดูจากหน้าตาก็แทบกลืนน้ำลายไม่ทัน เขานำเสนอสุดๆ ปรุงจากปลาหิมะชื่อว่า ปลาหิมะนึ่งราดซอสครีมคาเวียร์ (Snow fish with caviar sauce) เสิร์ฟพร้อมมันอบเนยแข็งและผักโขมผัดเนย จานนี้สาวอ้อนแอ้นดูแลหุ่นน่าจะชอบนะ เพราะปลาหิมะเนื้อบางเบาอยู่แล้ว รับรองไม่อ้วน ส่วนรสชาติไม่ต้องบรรยายอร่อยลิ้นสุดๆ

 อาหารคาวผ่านไป ยังนะยังไม่พอ สั่งอาหารหวานๆ อย่าง ฟองดองท์ (Fondant) ของชอบมาล้างปาก เค้กช็อกโกแลตร้อนใส่เฮเซลนัทและไอศกรีมวานิลลา อืม...หวานลิ้น แล้วก็เข้ากันดีกับค็อกเทลสีม่วงแดง หอมหวานสดชื่นด้วยมิ้นท์และรัม อย่าง เบรกฟาสต์ (Breakfast Mojito) จังหวะดีนะที่คืนเป็นวันศุกร์ เห็นมีวงแบนด์เล่นเพลงแนวชิลเอาท์ ประมาณแจ๊ซเบาๆ ให้รื่นหู และพอยิ่งดึกยิ่งคึกเร่งจังหวะขึ้น ให้ลูกค้าที่นั่งนานๆ ได้ออกอาการโยกหัวกันด้วย

 หลงบรรยากาศและรสชาติจนเกือบตาลาย เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้อยากลองลิ้มชิมรสอาหาร เคล้าบรรยากาศแสนโรแมนติกก็แวะไปกันได้ เขาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นเรื่อยไปจนถึงประมาณเที่ยงคืนโน่น เสียดายจังคืนนี้ไม่ได้อยู่รอจังหวะครึกครื้น บังเอิญมีนัดสำคัญ ไม่งั้นกลับดึก คริ คริ...