ข่าว

รวบแก๊งตุ๋นขาย "ไมโลคิวบ์" ผ่านเฟซบุ๊ก

รวบแก๊งตุ๋นขาย "ไมโลคิวบ์" ผ่านเฟซบุ๊ก

23 เม.ย. 2560

ตำรวจกองปราบฯ รวบ 4 ผู้ต้องหาแก๊งหลอกขาย “ไมโลคิวบ์” เหยื่อหลงเชื่อสูญเงินกว่า 2 แสนบาท สารภาพหาเงินจ่ายหนี้นอกระบบ

          จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ หาญศึก แลพิทักษ์ ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยสำหรับคนที่คิดจะทำธุรกิจขายไมโลคิวบ์ โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน ได้รับยอดจองไมโลคิวบ์จากลูกค้าเป็นเงินเกือบ 3 แสนบาท จึงได้ติดต่อซื้อสินค้าจากบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ความ ทรงจำ มีชื่อเล่นว่า “น้ำ” อ้างว่านำเข้าสินค้ามาในราคาถูกเพราะมีพ่อเป็น ตม. ที่ด่าน สะเดา ใกล้กับมาเลเซีย ก่อนที่ผู้เสียหายจะโอนเงินไปให้ จำนวน 167,900 บาท และพบว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท ซึ่งได้โพสต์ข้อความเตือนภัยไว้เมื่อวันที่ 19 เมษายนนั้น
          ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป และเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.4 บก.ป ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 4 ผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าไมโลคิวบ์ผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว ประกอบด้วย น.ส.นริศรา ลิ้มฉาย อายุ 24 ปี นายนวพล ลิ้มฉาย อายุ 19 ปี นายวุฒิพงษ์ เหมมาลา อายุ 24 ปี และ นายวัชรินทร์ จันทร์หอม อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 991-994/2560 ลงวันที่ 22 เมษายน 2560 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยจับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดราชบุรี
          พล.ต.ต.สุทิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ทาง กก.4 บก.ป ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายกรณีถูกผู้ต้องหาหลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อสินค้าผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า เมื่อทวงถามผู้ต้องหาได้ปิดเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์หลบหนี ทำให้ทราบว่าถูกหลอกลวงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้มีผู้เสียหายหลายรายถูกหลอกให้โอนเงินรวมเป็นเงินหลายแสนบาท หากมีผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้หลอกให้โอนเงินซื้อสินค้าก็สามารถเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้
          ด้าน พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากกระแสความนิยมในตัวสินค้าไมโลคิวบ์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีการจำหน่ายในประเทศไทย เมื่อความนิยมเพิ่มขึ้นจึงทำให้มีราคาแพง ซึ่งสินค้า 1 ลัง มี 24 ถุง ราคาในท้องตลาดจะอยู่ที่ 7,500 บาท แต่ทางกลุ่มผู้ต้องหาได้โพสต์ขายสินค้าในราคา 6,000 กว่าบาท พร้อมระบุว่า สินค้ามีจำนวนมากพร้อมส่ง แต่ต้องโอนเงินชำระค่าสินค้าก่อน ทำให้ผู้เสียหายหลายรายเชื่อ แต่เมื่อโอนเงินแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาได้ปิดเฟสบุ๊กและบล๊อกไลน์ที่เคยติดต่อกับผู้เสียหาย จากการตรวจสอบมีผู้เสียหาย  7 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 2-3 แสนบาท
          "เมื่อผู้เสียหายที่เป็นลูกค้าตัดสินใจตกลงซื้อสินค้า ก็จะให้โอนเงินเข้าบัญชีชื่อนายวัชรินทร์ ก่อนที่นายวัชรินทร์ และนายนวพล จะทำหน้าที่ไปกดเงินออกจากบัญชีทันทีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา" พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าว
          จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวุฒิพงษ์และผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพ โดยสาเหตุคือต้องการหาเงินมาใช้หนีเงินกู้ จำนวน 6 หมื่นบาท ที่นำมาใช้สู้คดีทำร้ายร่างกาย เมื่อได้เงินจากที่ลูกค้าโอนเข้ามารวมกว่า 2 แสนบาท ภายใน 1 วัน ก็ปิดเฟซบุ๊กเนื่องจากได้เงินตามที่ต้องการ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้
          นายวุฒิพงษ์ให้การด้วยว่า สินค้าไมโลคิวบ์มีสินค้าอยู่จริง ต้นทุนหากนำเข้ามาโดยไม่จ่ายภาษีจะอยู่ที่ราคาประมาณ 4,700 บาทต่อลัง หากนำเข้ามาโดยจ่ายค่าผ่านแดน รวมค่าเดินทางจะอยู่ที่ 7,500-8,000 บาท อย่างไรก็ตามอยากเตือนว่าหากไม่อยากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอย่างตน ควรตรวจสอบราคาสินค้าตามท้องตลาดก่อน ซึ่งราคาสินค้าควรไม่ต่างกันในหลักร้อย หากเกินหลักพัน ให้สันนิษฐานไว้ว่าอาจจะถูกหลอกได้ ไม่ควรเห็นแก่ราคาถูก และควรเช็กประวัติการซื้อขายกับบุคคลที่จะทำการซื้อสินค้าด้วย