ข่าว

ปรับทัพ!! กกต.เปลี่ยนโครงสร้างรับบอร์ดบริหาร

ปรับทัพ!! กกต.เปลี่ยนโครงสร้างรับบอร์ดบริหาร

23 เม.ย. 2560

กกต.จ่อถก ข้อเสนอปรับโครงสนง. รับการทำงานเป็นบอร์ด ยกเลิกรองเลขาฯ-เพิ่ม 3 สำนัก 25 มี.ค.นี้

          23 เม.ย.60 - ในการประชุมกกต.วันที่ 25 เม.ย.นี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาข้อเสนอในการปรับโครงสร้างสำนักงานกกต. จะให้พิจารณาเห็นชอบร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการแบ่งส่วนงาน ตามที่คณะทำงานของสำนักงานกกต.เสนอ เพื่อให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญมาตรา220 ประกอบมาตรา 224 ที่กำหนดให้กกต.ทำงานในรูปคณะกรรมการ หรือ บอร์ด สำนักงานกกต.เป็นหน่วยธุรการ มีเลขาธิการกกต. ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารงานของสำนักงานและขึ้นตรงต่อกกต.และภารกิจกกต.ที่เพิ่มมากขึ้น 

   

          โดยร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการแบ่งส่วนงาน จะมีรายละเอียดในเรื่องของ การ ยกเลิก 5 กิจการ แล้วจัดโครงสร้างภารกิจงานใหม่ เป็น 3 กลุ่มงาน เช่นกับโครงสร้างการแบ่งงานของสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด คือ 1. งานอำนวยการ 2. งานเลือกตั้ง และงานการมีส่วนร่วม 3. งานสืบสวนสอบสวน และงานพรรคการเมือง

 

          นอกจากนี้จะมีการเพิ่ม สำนักขึ้นอีก 3 สำนัก จากปัจจุบันที่ทั้งโครงสร้างมี 23 สำนัก เพื่อรองรับกับภารกิจใหม่โดยจะเพิ่ม 1.สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล รับผิดชอบในเรื่องของอัตรากำลัง การแต่งตั้งโยกย้าย สวัสดิการต่าง ๆ 2. สำนักเทคโนโลยี รับผิดชอบในเรื่องการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการเลือกตั้ง 3. สำนักสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีในศาล รับผิดชอบงานด้านการหาข่าว การป้องปรามการทุจริต และการดำเนินคดีเลือกตั้งในศาล รวมโครงสร้างทั้งสำนักงานจะมีทั้งสิ้น 26 สำนัก 

 

          ส่วนร่างระเบียบกกต.ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ก็จะกำหนดให้เลขาธิการกกต.เป็นหัวหน้าหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารงานของสำนักงานและขึ้นตรงต่อกกต ยกเลิกรองยกเลิกการเป็นรองเลขาธิการด้านกิจการ โดยให้คงเป็นเพียงรองเลขาธิการกกต.เท่านั้น โดยรองเลขาฯกกต.แต่ละคนซึ่งเบื้องต้นยังจะคงให้มีทั้งหมด 5 คน จะได้รับการมอบหมายจากเลขาธิการกกต.รับผิดชอบงานแต่ละสำนัก รวมถึงจะมีการแบ่งพื้นที่จังหวัดในรับผิดชอบ

 

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11เม.ย สำนักงานฯได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกับผลการศึกษาแนวทางการปรับรูปแบบการทำงานของกกต.เป็นรูปแบบคณะกรรมการ หรือบอร์ด โดยมีการเสนอข้อมูลรายละเอียดข้อดี ข้อเสีย การเปรียบเทียบ

รูปแบบการทำงานเป็นบอร์ดและการควบคุมดูแลสำนักงานขององค์กรอิสระอื่นเป็นอย่างไร ให้กกต.พิจารณาตามที่ที่ประชุมกกต.เมื่อพ.ย.59 มีมติให้ไปศึกษารายละเอียดดังกล่าวมาใหม่ให้ชัดเจน แต่ที่ประชุมกกต.กลับให้สำนักงานถอนเรื่องผลการศึกษาแนวทางการปรับรูปแบบการทำงานของกกต.เป็นรูปแบบบอร์ด ออกไปก่อน คงเหลือแต่การปรับโครงสร้างสำนักงานฯที่อยู่ในวาระประชุมกกต.วันที่25เม.ย. 

    

          แต่ทั้งนี้ก็มีรายงานว่า ที่ประชุม กกต.อาจจะเลื่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไปก่อนก็ได้ เนื่องจากเริ่มมีการถกเถียงในปัญหาข้อกฎหมายและความเหมาะสมว่า หากจะดำเนินการกกต.ต้องทำงานเป็นบอร์ดก่อนแต่ขณะนี้กกต.ยังไม่ได้มีการยกเลิกมติกกต.ปี43 ที่ให้แบ่งงานเป็น 5 ด้านกิจการ และกกต.แบ่งกันรับผิดชอบแต่ละด้านกิจการ อีกทั้งรัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้แล้วตามมาตรา220 ไม่ได้บัญญัติให้กกต.เป็นองค์อำนาจในการบริหารงานบุคคล  เช่นในรัฐธรรมนูญ50และพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.2551 

 

        ขณะเดียวกันปัจจุบันสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้รับหลักการร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.ไปแล้ว คาดว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จใน60วัน อีกทั้งกกต.ปัจจุบันบางคนมีปัญหาคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นหากพิจารณาไปก่อนจะอาจจะเสี่ยงถูกร้องในภายหลังว่าดำเนินโดยไม่ชอบหรือไม่ และควรให้กกต.ชุดใหม่7 คนซึ่งจะเป็นผู้ทำงานร่วมกับสำนักงานเป็นผู้พิจารณาหรือไม่ เพราะเชื่อว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา และร่างพ.รป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จและใช้บังคับ ก็น่าจะเป็นเวลาเพียงพอที่กกต.จะจัดองคาพยพภายในหลังร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.ประกาศใช้และได้กกต.ชุดใหม่7คนแล้ว