ข่าว

ตร.ลั่นไม่มีดึงเช็งคดีด.ต.ลวงเด็กสาวถ่ายคลิปค้ากาม

ตร.ลั่นไม่มีดึงเช็งคดีด.ต.ลวงเด็กสาวถ่ายคลิปค้ากาม

23 เม.ย. 2560

ผบช.ภ.5 ยันไม่ได้เตะถ่วงเร่งคดีดาบตำรวจฉาวพันคดีลวงเด็กสาวเสพยาถ่ายคลิปแบล็คเมล์ก่อนบังคับขายบริการให้ขรก.ในพื้นที่แม่ฮ่องสอน ยันสั่งย้ายดาบตำรวจฉาวไปแล้ว

 

ความคืบหน้ากรณี นางเอ (นามสมมุติ) เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าลูกสาววัย 19 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจโรงพักแห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน ล่อลวงให้เสพยาเสพติดแล้วถ่ายคลิปวิดีโอแบล็กเมล์ ก่อนบังคับค้าประเวณีให้แก่ข้าราชการผู้ใหญ่ใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อหลายราย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำรวจภูธรภาค 5 แต่ปรากฏว่าเรื่องกลับเงียบ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์  (ปคม.)

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 เมษายน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ในฐานะผู้บังคับบัญชา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากในโลกโซเชียลเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้หนึ่งถูกกล่าวหาในเรื่องบังคับหญิงสาวค้าประเวณี และในเวลาต่อมาแม่ของหญิงสาวนำเรื่องราวไปเผยแพร่ในโซเชียลต่างๆ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม  ซึ่งในความเป็นจริงคดีดังกล่าวตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินการเรื่องอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง โดยไม่ได้ละเลยหรือละทิ้งหน้าที่ รวมทั้งไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

     พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2559 ตำรวจดำเนินเรื่องนี้มาตลอด โดยแม่ของเด็กปกติคลุกคลีอยู่กับตำรวจในฐานะเป็นสายข่าว และเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสารในเรื่องของยาเสพติดและอาชญากรรมในพื้นที่ แต่บังเอิญไปเห็นข้อมูลการติดต่อการค้าประเวณีที่มีรูปลูกสาวตัวเองปรากฏอยู่ด้วย จึงเกิดความตกใจและให้ดำเนินคดีดังกล่าว ซึ่งแม่ผู้เสียหายเชื่อว่าดาบตำรวจคนดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้อง และสงสัยว่าทำไมไม่โดนลงโทษ แต่ในความจริงผู้บังคับบัญชาสั่งให้ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พร้อมให้สอบสวนทั้งวินัยและอาญาดาบตำรวจคนดังกล่าว  

     อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนพนักงานสอบสวนเสนอมาทางผู้บังคับบัญชาว่า ให้ยุติการสอบ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ผบก.แม่ฮ่องสอนสั่งว่า ยังยุติคดีไม่ได้ พร้อมให้สอบเพิ่มอีก 4-5 ประเด็น ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ นอกจากนี้เมื่อวันที่  20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อัยการมีหนังสือส่งมาให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม ทั้งผู้เสียหาย แม่ผู้เสียหาย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งย้ายตำรวจนายนั้นออกไปจากพื้นที่แล้ว แต่คดีนี้อาจล่าช้าบ้าง เนื่องจากผู้เสียหายและมารดาต้องเข้าสู่ระบบคุ้มครองพยาน ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพฯ ทำให้เกิดความยากลำบากในการเรียกตัวมาสอบสวน  ยืนยันว่าหากพบหลักฐานสาวไปถึงตำรวจจริงจะสั่งให้ออกจากราชการทันที และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่โดยไม่มีการละเว้น