
อภิสิทธิ์จะขอมติครม.เปิดสภาถกแก้รธน.
นายกฯระบุอังคารนี้เสนอขอมติครม. ขอเปิดประชุมรว่มรัฐสภาเพื่อหารือการแก้รธน. ย้ำพันธกรณีจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดึงท้องถิ่นร่วม ประชาชนหนักใจปัญหาเสื้อแดงชุมนุมแนะรัฐบาลต้องสู้ และแก้ปัญหาต่อไป
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 5 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางมายังอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อปาฐกถาในหัวข้อ ”อนาคตประชาธิปไตยไทย” ในงานสังสรรค์ ”คืนสู่เหย้าราตรีประดับดาว” ศิษย์เก่าสถาบันพระปกเกล้า โดยใจความสำคัญกล่าวถึงวาระการพิจารณาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันกว้างขวาง เวลานี้ไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีประสบการณ์และความรู้มากที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะเราผ่านการแก้รัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนั้นเป็นสิ่งเลี่ยงได้ยาก มันต้องแก้ไข
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ผมคิดว่าถึงวันนี้เมื่อมีความพยายามสร้างความสมานฉันท์โดยสร้างกลไกต่างๆ ข้อเสนอหนึ่ง คือ การแก้รัฐธรรมนูญนั้นปัจจุบันคณะกรรมการที่ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐภา แต่งตั้งได้รายงานว่า สมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กรรมการชุดนี้ยังไม่มีโอกาสรายงาน และรับฟังความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา วันที่ 8 กันยายน นี้ ผมตั้งใจให้ ครม.หารือเพื่อมีมติ ครม. ขอเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อขออภิปรายทั่วไปในการแก้เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อปูทางไปสู่การชำระสะสางปัญหานี้ที่ผมขอให้เป็นครั้งสุดท้าย"
และวันที่ 6 กันยายน เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 34 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ได้เน้นย้ำในประเด็นนี้อีกครั้งเกี่ยวกับการของมติครม.เพื่อเสนอเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ปัดยุบสภาหลังแก้รธน.อ้างต้องดูบทเฉพาะกาล
เมื่อเวลา 09.40 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่า วันที่ 8 ก.ย.นี้ จะขอหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาให้มีการอภิปรายทั่วไปเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะขอให้เปิดประชุมร่วมรัฐสภา ไม่เช่นนั้นก็จะลำบาก เพราะเป็นสมัยประชุมนิติบัญญัติ และไม่ใช่คณะกรรมาธิการด้วย จะไปแจ้งเพื่อทราบเฉยๆก็คงไม่ได้ ก็เลยคิดว่าให้เปิดอภิปรายทั่วไป และรวบรวมความคิดเห็น เพื่อจะได้ข้อยุติว่าจะเดินหน้ากันต่อไปอย่างไร
เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยบอกว่าไม่แก้ เพียงแต่บอกว่าประเด็นที่จะแก้ไขนั้นต้องเป็นเรื่องของหลักการ ระบบ และเป็นเรื่องของส่วนรวม ไม่ใช่เป็นการแก้เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
"ความจริงคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้หารือกันในระดับหนึ่งแล้ว แต่คิดว่าแนวทางนี้น่าจะดีที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการที่แต่ละพรรคไปพูดไปทำกันเอง เดี๋ยวจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นได้ ดังนั้นให้สมาชิกทุกพรรคการเมืองและวุฒิสภามาร่วมอภิปรายกันเลยน่าจะดีกว่า"
ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของรัฐบาลควรหารือเพื่อหาจุดยืนร่วมกันก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลรับแนวทางนี้อยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องของการขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ คิดว่าน่าจะเห็นพ้องต้องกัน และตนได้ประสานกับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาแล้ว ก็บอกว่าสามารถทำได้ ก็จะรอการหารือกับ ครม.ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เพื่อให้มีมติ ครม.ก่อน
เมื่อถามถึงประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้ไปถึงตรงนั้น เพราะว่าเราจะดูจากรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหลักก่อน ซึ่งรายงานที่เสนอมาในระยะเร่งด่วนนั้นเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น
เมื่อถามว่าหลังการประชุมร่วมของรัฐสภาแล้วจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นที่จะแก้ไขเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หวังว่าการอภิปรายจะได้เห็นจุดร่วมของทุกฝ่ายว่าจะเดินต่ออย่างไร
เมื่อถามว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมาขณะนี้ถูกมองว่าเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอยังไม่ไปวิจารณ์ในทุกประเด็น แต่บางประเด็นถ้าเป็นเรื่องของการทำให้มีประสิทธิภาพในการบริหารมากขึ้น เช่น มาตรา 190 ซึ่งอาจจะเข้มงวดกวดขันเกินไปในแง่ที่ว่าทุกเรื่องอาจจะเข้าข่ายได้ ก็จะมีการปรับเพื่อให้มีความเหมาะสมเท่านั้น นอกนั้นก็จะเป็นเรื่องระบบเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นความเห็นว่าตามระบบของสากลส่วนใหญ่ ก็เป็นเขตละคน ก็ว่าไปตามนั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์เองค่อนข้างเห็นว่าเขตใหญ่ดีกว่า แต่ว่าตนก็บอกว่าเรื่องนี้จะมาเป็นอุปสรรคว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเลย ตนก็คิดว่าประเด็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นปัญหา แต่ว่าจะให้โอกาสในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพูดคุยเรื่องเหล่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าเบื้องต้นจะขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภากี่วัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าวันเดียวแล้วประชุมยาวตั้งแต่เช้าถึงดึกก็น่าจะพอ แต่ก็สุดแล้วแต่ เพราะต้องดูอีกทีว่าแต่ละพรรคมีผู้ประสงค์อภิปรายมากน้อยแค่ไหน
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่เหตุใดตอนนี้จึงมีการดึงเรื่องขึ้นมาพิจารณา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนพูดในขณะนั้นเพราะเป็นบรรยากาศของเศรษฐกิจที่มีปัญหาและรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นก็มีเวลาที่จะพิจารณา แต่ขณะนี้มีกระบวนการที่เราขอให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา ซึ่งคณะกรรมการก็ทำงานเสร็จแล้วและได้สรุปรายงานมาให้ ก็ควรที่จะต้องมีการเดินหน้าต่อไป
เมื่อถามว่าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะมีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่เลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ตอนแก้ไขอีกทีหนึ่งว่าเมื่อแก้ไขแล้วมีการเปลี่ยนแปลงระบบ เช่น เรื่องที่มาของ ส.ส. ผู้แก้ก็จะไปพิจารณาเองว่าควรมีบทเฉพาะกาลหรือไม่ ถ้ามีบทเฉพาะกาลก็สามารถยืดต่อไปได้ แต่ถ้าไม่มีบทเฉพาะกาลก็เลือกตั้งกันใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภาตอนนี้เพื่อต้องการลดกระแสความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มต่างๆใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เรื่องนี้มีการทวงถามกัน และในสภาก็มีการอภิปรายกันในทำนองว่ารัฐบาลไม่ทำอะไร ซึ่งความจริงตนได้ประสานกับประธานรัฐสภามาก่อนแล้ว แต่ประธานรัฐสภาอยากจะรอรายงานของคณะกรรมการอีกคณะหนึ่งก่อน แต่บังเอิญว่ายังไม่เสร็จ เมื่อฝ่ายค้านคิดว่าอยากจะเร่งเรื่องนี้ เราก็บอกว่าให้เอามาดูกัน โดยให้นำเข้ามาหารือในสภา
เมื่อถามว่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเสร็จภายในปีนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปีนี้จะเสร็จหรือไม่ ต้องอยู่ที่การอภิปรายก่อนว่าอยากจะไปในแนวทางไหน
เชิญชวนร้องเพลงสดุดีมหาราชา 09.09 น.
นายอภิสิทธิ์ รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ช่วงที่ 1 ดังนี้
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลนะครับ ในช่วงเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จะมีการจัดงานที่รณรงค์ในเรื่องของการทำให้การอ่านเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดต่อจากรายการนี้ไป เสื้อที่ผมใส่อยู่วันนี้เป็นเสื้อยืดในโครงการ “9 ในดวงใจ” ซึ่งเป็นความริเริ่มจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งองค์กรภาคเอกชน และตอนนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้งส่วนราชการ และองค์กรต่าง ๆ ตั้งใจอย่างนี้ครับว่าในวันพุธที่จะถึงนี้เป็นวันที่ 9 เดือนกันยายน ก็คือเดือน 9 ถ้าถือตามปีฝรั่งก็เป็นปี 2009 เพราะฉะนั้น วันย่อก็จะเป็น 09 09 09 จึงมีความคิดว่าในเวลา 9 นาฬิกา 9 นาที ของวันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 นี้ ทุกหน่วยงานต่าง ๆ จะได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 โดยการเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชา ผมเลยขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกหน่วยงานได้ร่วมในกิจกรรมในวันพุธเวลา 9 นาฬิกา 9 นาที
จัดสรรที่ดินราชพัสดุ 1 ล้านไร่ให้เกษตรทำกิน
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีงานหลายเรื่องซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ใช้เวลาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน คือเศรษฐกิจในระดับของชุมชน ในระดับของชาวบ้าน ในวันที่ผมได้เดินทางไปที่ปทุมธานี ที่อำเภอหนองเสือ นั้น ก็เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่รัฐบาลนี้กำลังผลักดันอย่างเต็มที่ ก็คือเรื่องของที่ทำกิน และวันนั้นได้มีโอกาสไปที่ศูนย์เรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ในส่วนของโครงการก่อนคือว่ารัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องของการรวบรวมที่ที่ไม่ได้ใช้ ที่เป็นที่ของกรมธนารักษ์ ของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อที่จะมาจัดสรรให้เกษตรกร เป้าหมายคือ 1 ล้านไร่ ทางกระทรวงการคลังได้เดินทางในการที่จะรวบรวมที่ต่าง ๆ จากกระทรวง ทบวง กรม และท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คุณหมอพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ ก็ได้ไปรวบรวมที่ได้จากหลายจังหวัด แล้วได้มีการจัดทำสัญญาเช่า คือมีการรวบรวมที่เสร็จ จะมีการมาประเมินว่าที่ตรงนั้นเหมาะสมในเรื่องของการเพาะปลูกอะไร แล้วจากนั้นก็มีการจัดทำบัญชีที่จะต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย เป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรด้วยตนเอง ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีได้เดินทางไปหลายจังหวัดแล้วก่อนหน้านี้ เช่น ที่ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ แต่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเดินทางไปด้วยตัวเอง ที่จังหวัดปทุมธานี อำเภอหนองเสือ มีเกษตรกรทั้งจากปทุมธานี ทั้งจากสระบุรี มารับในเรื่องของสัญญาเช่า พร้อม ๆ กันนั้นก็มีหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของเงินทุนบ้าง ที่ดูแลในเรื่องของการเกษตรโดยตรงบ้าง เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อให้การเกษตรตรงนั้นสามารถที่จะดำเนินการไปได้ด้วยดี
บังเอิญในวันเดียวกันครับได้แวะในศูนย์เรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง มีโอกาสพบกับปราชญ์ชาวบ้าน หมอดินนะครับ คุณลุงสนอง ขำประดิษฐ์ ก็เป็นตัวอย่างที่ได้พลิกฟื้นจากพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งเคยเป็นสวนส้ม และมีปัญหาในเรื่องของดินเปรี้ยว ในที่สุดก็ใช้เวลาในการฟื้นฟูจนกระทั่งจากที่มีภาระในเรื่องของหนี้สินต่าง ๆ ก็หมดไป และได้น้อมนำแนวทางในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการทำงานอย่างต่อเนื่อง ที่ผมได้เคยย้ำหลายครั้งครับว่าปัจจัยที่เป็นปัจจัยพื้นฐานทางการผลิตในด้านเกษตรนั้น รัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ทำกินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายกันไป ไปจนถึงในเรื่องของแหล่งเงินทุน ไปจนถึงในเรื่องของการสนับสนุน ในเรื่องของแหล่งน้ำ พันธุ์ และวันนี้ครับในช่วงท้ายของรายการจะไปดูในเรื่องของการวิจัย เพื่อสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของการเกษตร โดยผมจะได้เดินทางพาท่านผู้ชมไปดูที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่วิทยาเขตกำแพงแสน ในช่วงท้ายของรายการ ก็สามารถติดตามกันได้
รัฐบาลขยายเวลาโครงการรับจำนำข้าวถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้
ยังอยู่ในเรื่องของการเกษตรนะครับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติในเรื่องของปัญหาราคาข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ไล่ลงมาจนถึงภาคกลาง ภาคตะวันตก ซึ่งปรากฏว่าข้าวออกมาไม่ทันกับโครงการรับจำนำ ซึ่งปิดไปเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการจำนำนั้น รัฐบาลได้กำหนดโควตาไว้ ปรากฏว่ายังเหลือโควตาอยู่ 9 แสนตัน เพราะฉะนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติที่จะยืดในเรื่องของการจำนำข้าว เพื่อรองรับข้าวในส่วนนี้จนครบโควตา หรือจนถึงสิ้นสุดเดือนกันยายน และเงื่อนไขของการรับจำนำนั้น ก็จะเป็นไปตามโครงการเดิมทุกประการ มีเงื่อนไขเดียวครับที่เป็นตัวจำกัดขึ้นมาอีกนิดหน่อย คือว่าสำหรับเกษตรกรซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นข้าวนาปรังไปแล้ว จะไม่ให้เข้ามาในโครงการในรอบที่ 2 อันนี้เพื่อที่จะให้กระจายโครงการต่าง ๆ ไปสู่พี่น้องเกษตรกรจำนวนให้มากที่สุด และอันนี้จะเป็นช่วงสุดท้ายของการรับจำนำครับ เพราะว่าในส่วนของฤดูกาลที่เป็นข้าวนาปีนั้น โครงการประกันจะเริ่มต้นแน่นอน
สัปดาห์หน้านะครับในรายการนี้ ผมจะพาพี่น้องประชาชนไปติดตามในเรื่องของโครงการประกันด้วย คาดว่าจะเป็นที่จังหวัดลพบุรี ผมเรียนว่าในส่วนของโครงการประกันในขณะนี้ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการขึ้นทะเบียนในช่วงจากนี้ไป ตลอดทั้งเดือนผมก็จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีและรวมไปถึงขอความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาให้ช่วยกันติดตามในเรื่องของการขึ้นทะเบียน เพราะว่าอันนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด การขึ้นทะเบียนตรงนี้จะเป็นฐานข้อมูลที่รัฐจะต้องใช้ในการที่จะจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร เพื่อประกันในเรื่องของการมีรายได้ที่ดี ทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน อันนี้ก็เป็นงานทางด้านการเกษตรนะครับ ที่เราได้มีการผลักดันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อม ๆ ไปกับการระบายสินค้าที่อยู่ในสต็อกไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดและมันสำปะหลัง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจว่าการระบายสินค้าในครั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนในแง่ของราคาของพืชผลในตลาดภายในประเทศ พร้อม ๆ กันไปนั้น ก็สามารถที่จะระบายออกไปได้ในราคาที่ดีพอสมควร และในปริมาณที่ไม่กระทบกับตลาดด้วย และไม่ทำให้ของเสื่อมสภาพอยู่ในมือของรัฐบาลและเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อไป
ยอดขายสินค้า OTOP เพิ่มขึ้น 200 ล้านบาท
สำหรับในเรื่องของเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชุมชนนั้น ข่าวดีข่าวหนึ่งคือว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่เราปิดงานในเรื่องของ OTOP ไป ปรากฏว่ารวบรวมตัวเลขแล้ว การค้าขายในช่วงงาน OTOP ในช่วงกลางปี ๆ นี้มูลค่าสูงเกือบถึง 700 ล้านบาท ถ้าเทียบกับปีที่แล้วในงานเดียวกันปรากฏว่ายอดขายตรงนี้เพิ่มขึ้นมาถึงประมาณ 200 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 40 ซึ่งอันนี้แสดงให้เห็นว่าโครงการในเรื่องของ OTOP ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และวันนี้ก็มีตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ซึ่งท่านจะทราบรายละเอียดได้ในช่วงท้ายรายการเช่นเคย และก็น่าจะเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับแม้ว่าจะมีการสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สิ่งที่สำคัญในการที่จะช่วยดูแลประคับประคองให้การฟื้นตัวนั้นเป็นไปอย่างมั่นคง เป็นไปอย่างยั่งยืน สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือการเดินหน้าแผนในเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ได้มีการเปิดตัวในเรื่องของไทยเข้มแข็ง ในส่วนของการลงทุนที่เป็นเรื่องของการยืนยันความพร้อมของกระทรวงหลัก ๆ ที่จะใช้เงินในส่วนของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคม เราจะเร่งรัดให้ได้ครับ ผมสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมั่นใจนะครับว่าขณะนี้เงินในกรอบของพระราชกำหนดซึ่งจะมีสูงถึงประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาท จะสามารถลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้ ถ้าจนถึงสิ้นปี 2553 หรือสิ้นปีหน้าจะออกไปได้ถึงประมาณร้อยละ 80 ถึงร้อยละ 90 ซึ่งจะเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ เป็นการลงทุนครั้งสำคัญ และเป็นการสร้างงานในปริมาณที่ผมคิดว่าจะช่วยทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นมีความรวดเร็ว มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ยกระดับสถานีอนามัยมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล
จริง ๆ ในวันเดียวกันผมก็ไปเปิดงานของกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นงานสำคัญในส่วนของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง นั่นคือเรื่องของการที่จะมีการยกระดับสถานีอนามัยมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งขณะนี้ได้เร่งรัดไป ความจริงเร็วกว่าที่ผมคิดครับ เพราะว่าเดือนตุลาคมนี้เขารายงานว่าจะสามารถเปิดได้ถึงประมาณ 1,000 แห่งเป็นอย่างน้อย แล้วภายในสิ้นปีหน้าเช่นเดียวกัน การยกระดับตรงนี้จะทำได้ทั่วประเทศถึงเกือบ 10,000 แห่ง ซึ่งความจริงแล้วมากกว่าตำบลละ 1 แห่งด้วยซ้ำ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลตรงนี้จะเป็นการทำให้พี่น้องประชาชนลดภาระของตัวเอง ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในเรื่องของเวลาในการเดินทาง เพราะว่าบริการใกล้บ้านนั้นจะมีการปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานขึ้น ที่สำคัญครับจะใช้ระบบของเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลตรงนี้เข้าไปยังโรงพยาบาลในอำเภอ ในจังหวัด เพราะฉะนั้น กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปรึกษาหารือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งอยู่ในตัวเมือง ก็จะสามารถทำได้ผ่านระบบนี้ อันนี้ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งและในช่วงที่ 2 ของรายการจะให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการพูดถึงปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยเฉพาะโครงการดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
เปิดตัวโครงการไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็ง
ยังอยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา องค์ประกอบสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้มีการเปิดตัวโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็ง เป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้ รัฐบาลได้กำหนดเป็นพันธสัญญา 12 ข้อ ว่าทำอย่างไรจะให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งก็คือการใช้ความคิด การใช้ภูมิปัญญาที่เรามีอยู่ต่อยอดจากศิลปวัฒนธรรมบ้าง ทำในส่วนของอุตสาหกรรมบันเทิงบ้าง ทำในเรื่องของการออกแบบมาเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และในส่วนของงานวิจัย รวมไปถึงงานบริการอื่น ๆ สามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าบริการ จะเป็นภาคเกษตร จะเป็นภาคอุตสาหกรรม จะเป็นการท่องเที่ยว หรืออะไรก็แล้วแต่ จะมีการเพิ่มมูลค่าตรงนี้ผ่านกระบวนการของความคิดเชิงสร้างสรรค์ ในส่วนรัฐบาลที่เป็นพันธสัญญาคือว่าจะมีการปรับปรุงทั้งในเรื่องของกลไก องค์กรต่าง ๆ เพื่อที่จะเอื้อต่อการที่จะบริการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ครบวงจร มีการบูรณาการ มีความเป็นเอกภาพ และจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการส่งเสริมในเรื่องของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ นั่นก็หมายถึงว่าคนของเราระบบการศึกษาของเรา จะต้องตอบสนองแนวทางในเรื่องของการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์พร้อม ๆ กันไปด้วย ก็จะทำให้แต่ละเรื่องของหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน ไปจนถึงการที่มีการฝึกในส่วนของอาชีพ ในส่วนของทักษะต่าง ๆ ที่จะเอื้อกับเรื่องของการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นอกจากนั้นในส่วนของสังคม ในส่วนของภาพรวมโดยทั่ว ๆ ไป จะมีความพยายามอย่างเป็นระบบในการที่จะยกย่องคนที่มีผลงานในทางสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นในวงการใดก็แล้วแต่ เพื่อแสดงให้เห็นครับว่าความคิดที่สร้างสรรค์ตรงนี้นอกจากจะเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการยกย่องในตัวเองแล้ว ยังมีคุณค่ามหาศาล มีคุณประโยชน์อย่างมากในการต่อยอดเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตด้วย พร้อม ๆ กันไปก็จะดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเริ่มเดินหน้าในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยให้สังคมในบรรยากาศของสังคมนั้นเอื้อต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย และในกลุ่มสุดท้ายที่เป็นพันธสัญญาของรัฐบาล ก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง นั่นหมายถึงเรื่องของการสนับสนุนแหล่งเงินทุน หมายถึงเรื่องของการปรับเปลี่ยนระบบวิธีการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไปจนถึงเรื่องของการตลาด เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะมีความสำคัญครับ เพราะว่าถ้าเราสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของเราได้ โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมนอกจากจะหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแล้ว ยังหมายถึงความสอดคล้องกับความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจด้วย ฉะนั้น การปรับเปลี่ยนแนวทางในการสนับสนุนส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจที่มาอิงตรงนี้ จะทำควบคู่ไปกับการทำงานที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นในเชิงของพื้นที่ด้วย เพราะว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในบางส่วนนั้น จะอิงอยู่กับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ของพื้นที่นั้น ๆ ด้วย ซึ่งจะได้มีการต่อยอด
ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะ
ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ครับ ก็อยากจะบอกว่าในแง่ของการสนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ ผมได้ประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน แล้วก็สิ่งที่จะเป็นมาตรการสำคัญอีกมาตรการหนึ่งก็คือ การที่จะส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะ ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนในเรื่องของกลไก โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่นเพื่อที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างเช่น ในบริเวณพื้นที่ชายแดนซึ่งมีการค้าขายชายแดนค่อนข้างสูง ซึ่งมีในเรื่องของแรงงานต่างด้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นที่แม่สอด เมื่อวานนี้ผมก็เดินทางไปที่กาญจนบุรี ก็ได้มีโอกาสพบปะกับผู้แทนของภาคเอกชนที่นั่น ก็มีการเรียกร้องเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการจะเร่งรัดในการที่จะผลักดัน ในบางกรณีนั้นจะจัดทำเป็นกฎหมายด้วย เช่น พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย จะมีการจัดทำเป็นในรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ และในส่วนของการค้าชายแดนก็จะทำเช่นเดียวกัน ตรงนี้จะเป็นงานที่จะได้มีการผลักดันต่อไป ทั้งในแง่ของโครงสร้างของการบริหารทางการเมือง คือเรื่องของท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจในพื้นที่เฉพาะต่อไปด้วย
เตรียมขอเปิดอภิปรายทั่วไปในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นอกเหนือจากงานทางด้านเศรษฐกิจ ผมก็เรียนว่ามีงานสำคัญที่มีความก้าวหน้าไปจากการหารือกันในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องของสังคม ในเรื่องของการเมือง ในเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของการเมืองนั้นหลังจากที่คณะกรรมการของสภาฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่เข้ามาดูในเรื่องของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ทำรายงานเสนอต่อท่านประธานรัฐสภา ท่านปรารภกับผมเอาไว้ว่ารัฐสภายังไม่มีโอกาส คือสมาชิกยังไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ คือตัวรายงานของคณะกรรมการเลย ซึ่งมีข้อเสนอในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสมัยประชุมสมัยปัจจุบันเป็นสมัยประชุมที่เขาเรียกว่านิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้พิจารณาได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น เช่น เรื่องของกฎหมาย และจะมีกระทู้ถามสามารถทำได้ เพราะว่าไม่ใช่เรื่องพิจารณา ดังนั้น ผมจะขอปรึกษาคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ เพื่อที่จะมีมติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ และในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นเวทีที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา จะได้สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ และหลังจากนั้นคงจะมีแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า เราจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นงานในส่วนของการเมือง ซึ่งผมคิดว่าจะทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในความพยายามที่จะให้สภาวะทางการเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้อย่างใกล้ชิด
ที่จริงแล้วมีปัญหาอีกหลายปัญหาที่จะต้องพูดคุยกันนะครับ พี่น้องชาวใต้ครับ ก็อยากจะเรียนครับว่ารัฐบาลนั้นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีความห่วงใย ทราบดีว่าในช่วงเดือนนี้ ซึ่งเรามีข่าวออกมาล่วงหน้าว่าปฏิบัติการต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะมีความรุนแรงอยู่ แต่ว่าหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงก็พยายามอย่างเต็มที่ครับในการที่จะสกัดกั้นป้องปราม กรณีระเบิดที่เกิดขึ้นในรถ ขณะนี้เนื่องจากเราสามารถที่จะเก็บภาพไว้ในกล้องวงจรปิด และได้รายละเอียดพอสมควร ก็ได้มีการเร่งรัดเพื่อที่จะต้องดำเนินคดีและเร่งรัดนำตัวคนผิดมาได้ให้ ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องปราม ขอให้ความมั่นใจนะครับว่ารัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และโครงการตามนโยบายสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ก็ลงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และท่านรัฐมนตรีก็ดี ตัวผมเองก็จะเวียนไปในการลงพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทั้งกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ และพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปด้วย
รัฐบาลจะไม่ทำให้สูญเสียดินแดงหรืออธิปไตยของไทย
อีกเรื่องหนึ่งครับซึ่งเป็นความกังวลของคนจำนวนไม่น้อย ก็คือสถานการณ์ชายแดน โดยเฉพาะกรณีของไทย-กัมพูชา ความจริงเมื่อวันจันทร์ และวันพุธของการประชุมร่วมรัฐสภา ทางกระทรวงกลาโหมได้เสนอในเรื่องของผลการเจรจาที่ไปดำเนินการกันมาและได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ไป ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก ผมจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบกับพี่น้องประชาชนเป็นพิเศษ คาดว่าจะเป็นในวันพรุ่งนี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เพื่ออธิบายที่มาที่ไปในเรื่องนี้ ผมเพียงแต่พูดสั้น ๆ ครับว่า ผมเองเป็นคนติดตามปัญหานี้มาตั้งแต่ก่อนที่เข้ามาเป็นรัฐบาล จุดยืนที่ผมได้แสดงในวันนั้นยังเหมือนเดิมทุกประการ เพราะฉะนั้น ผมบอกได้เลยว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่จะไปเสียสิทธิ์จากผลของเรื่องของการที่มีการไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น ยืนยันเลยครับว่ารัฐบาลได้ดำเนินการสกัดกั้นไม่ให้เป็นปัญหาอย่างเต็มที่ แถลงการณ์ร่วมซึ่งมีการไปลงนามในรัฐบาลก่อนก็ถูกยกเลิกไปแล้ว ขณะนี้การดำเนินการในส่วนของคณะกรรมการมรดกโลก ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เพิ่งเดินทางไป เพื่อที่จะรักษาสิทธิ์ของเราตรงนี้อย่างเต็มที่ และสำหรับในพื้นที่นั้นก็ยังมีการวางกองกำลังต่าง ๆอยู่ และจะพยายามที่จะหาทางเจรจาเพื่อย้อนกลับไป ให้เป็นไปตามข้อตกลงในปี 2543 ซึ่งมีการมองเห็นแล้วในเรื่องนี้ว่าเขตแดนนั้นถือไม่ตรงกัน เรายึดสันปันน้ำ ยกเว้นในกรณีของตัวปราสาทซึ่งต้องเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลโลก แต่ว่าทางกัมพูชานั้นก็ถือแผนที่อยู่อีกฉบับหนึ่ง ข้อตกลงปี 2543 คือว่าจะต้องมีกระบวนการในการเจรจาตรงนี้ และระหว่างนั้นก็ไม่ควรมีใครเข้าไปปรับสภาพพื้นที่อันจะกระทบกับสิทธิของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เราก็พยายามเดินหน้าในการที่จะย้อนกลับไปตรงนั้น และขอยืนยันครับว่าจนถึงนาทีนี้ ไม่มีกรณีใดที่เป็นการดำเนินการของรัฐบาลหรือการปล่อยปละละเลย ที่จะทำให้สูญเสียในเรื่องของดินแดงหรืออธิปไตยแต่อย่างใด
20 ก.ย.นี้วันอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง
มีเรื่องที่จะพูดคุยอีกเยอะนะครับความจริงเมื่อวานนี้ผมก็ไปที่จังหวัดอ่างทองด้วยนะครับ พูดสั้นๆ ครับเพราะว่าวันที่ 20 เดือนนี้ก็เป็นวันในเรื่องของการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ผมก็ไปร่วมกับพี่น้องประชาชนที่เคยไปเยือนจังหวัดอ่างทอง ที่จะอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สนองพระราชดำริ และรับกระแสพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาปฏิบัติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่าตรงนี้ พักสัก



