
กมธ.พรรคการเมือง เตรียมถก 3 ประเด็น
"สมเจตน์" เผย กมธ.พรรคการเมือง เตรียมถก 3 ประเด็น พ.ร.ป.พรรคการเมือง ระบุ ฝ่ายการเมืองทำตัวมีมลทิน-จึงถูกคุมเข้ม
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช. ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ กมธ.จะประชุมนัดแรกเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้เป็นประธาน รองประธาน และตำแหน่งต่างๆในกมธ. รวมทั้งวางแนวทางการพิจารณายกร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ประเด็นที่กมธ.ต้องพิจารณาเป็นพิเศษคือ เรื่องที่พรรคการเมืองมีความเห็นต่างจากคณะกรรมการรร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้แก่การจ่ายเงินค่าสมาชิกพรรคคนละ 100บาทต่อปี เงื่อนไขการตั้งพรรคที่มีหลักเกณฑ์ยุ่งยาก แต่ยุบพรรคง่าย และบทลงโทษพรรคการเมืองที่รุนแรง ประเด็นเหล่านี้กมธ.จะนำเหตุผลของกรธ.มาชั่งน้ำหนักดูว่ามีเหตุผลมากน้อยเพียงใดอาทิ กรณีการให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคปีละ 100บาท ซึ่งกรธ.ให้เหตุผลว่า เป็นจำนวนเงินที่สามารถจ่ายได้เพื่อให้สมาชิกกับพรรคการเมืองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าในอดีตนั้น ซึ่งพรรคการเมืองต้องตอบให้ได้ว่า จะมีวิธีการใดที่ช่วยให้สมาชิกกับพรรคการเมืองมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกัน นอกเหนือจากวิธีจ่ายค่าสมาชิกพรรค
พล.อ.สมเจตน์. กล่าวว่า ส่วนประเด็นการตั้งพรรคที่มีหลักเกณฑ์ยุ่งยาก แต่ให้ยุบพรรคง่ายนั้น กรธ.มีเหตุผลว่า พรรคการเมืองมีหน้าที่ส่งตัวแทนมาบริหารประเทศ จึงควรมีหลักเกณฑ์อย่างเป็นขั้นตอนในการตั้งพรรค ซึ่งเงื่อนไขที่กรธ.ตั้งขึ้นมาถือว่าไม่ยากเกินไป โดยให้การเริ่มต้นตั้งพรรคการเมืองมีสมาชิกพรรค 500 คน และภายใน1ปี ต้องหาสมาชิกพรรคเพิ่มเป็น 5,000 คน และให้ครบ 10,000 คนภายใน 4ปี เชื่อว่า ทำได้ เช่นหากพรรคใดมีส.ส.10-20 คน ก็ช่วยกันหาสมาชิกคนละ 500 คน จะทำไม่ได้หรือ เพราะยังสามารถหาเสียงจากประชาชนเลือกตัวเองเข้ามาเป็นส.ส.ได้เลย ขณะที่กรณีถูกยุบพรรคก็เป็นการทำความผิดร้ายแรงต่อประเทศ อย่างไรก็ตามในการพิจารณาของกมธ.คงไม่สามารถเรียกนักการเมืองมาให้ความเห็นต่อกมธ.ได้แล้ว เพราะมีระยะเวลาพิจารณากฎหมายเพียง 45 วัน แต่ถ้าพรรคการเมืองต้องการแสดงความเห็น ก็ส่งเป็นเอกสารเข้ามาได้ กมธ.ไม่ได้ปิดโอกาสพรรคการเมือง และที่ผ่านมาในชั้นการพิจารณาของกรธ. และคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้ให้พรรคการเมืองมาแสดงความเห็นต่อการยกร่างกฎหมายลูกฉบับนี้แล้ว
"อยากให้พรรคการเมืองเสนอความเห็นให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ใช่เสนอให้ง่ายต่อการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง ขอยกตัวอย่างเรื่องการห้ามบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารพรรค เพื่อป้องกันการแทรกแซงครอบงำพรรค เป็นผลมาจากการปฏิบัติในอดีตของพรรคการเมืองที่ให้คนมีมลทินเข้ามาครอบงำพรรค ดังนั้นถือว่ามีความชอบธรรมหรือไม่ที่ต้องมีข้อห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกมายุ่งเกี่ยวกับการบริหารพรรค"พล.อ.สมเจตน์ กล่าว



