ข่าว

รวบ 2 สาวลาว 2 คนไทยลอบค้าไม้พะยูง

รวบ 2 สาวลาว 2 คนไทยลอบค้าไม้พะยูง

22 เม.ย. 2560

ตร.-ทหาร-ป่าไม้-ฝ่ายปกครองศรีสะเกษ สนธิกำลังกวาดจับแก๊งลักลอบค้าไม้พะยูง เจอกำลังขนไม้แตกฮือหลบหนี จับได้ 4 เป็น 2 สาวลาวและ 2 คนไทย นำตัวดำเนินคดี

     วันนี้ (22เม.ย.) นายครรชิต ดีหนองยาง นายอำเภอภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับ นายตระกูล อาจอารัญหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารราบที่ 1631 หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ทหาร ร้อย.ร.1631,ร้อย.ทพ.2302 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูสิงห์ ได้สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวลาว พร้อมของกลางไม้พะยูง จำนวน 105 ท่อน เงินสด 94,000 บาท สร้อยคอคล้ายทองคำ 2 เส้น เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง รถกระบะ ทะเบียน บบ 4890 สกลนคร เมื่อคืนที่ผ่านมา

     สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้(คปป.ภูสิงห์) ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของนายครรชิต ได้รับรายงานจากสายลับว่า มีกลุ่มขบวนการค้าไม้ได้ลักลอบนำไม้พะยูงมาซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมส่งขายนายทุน ที่บริเวณสวนยางพารา ป่าทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บ้านนาศิลา หมู่ 9 ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ

     จึงสั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงและสมาชิก อส.ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและทหาร สนธิกำลังดักซุ่มดูอยู่ จนกระทั่งพบรถกระบะวิ่งเข้าไปจอดในป่าสวนยางพารา และมีชายฉกรรจ์ประมาณ 15 คนช่วยกันยกไม้มาชั่งน้ำหนักก่อนขนขึ้นรถ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าป่าอาศัยความมืดพลางตัวหลบหนีหายไป

     อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ชาวลาว 2 คนและคนไทย 2 คน ประกอบด้วย นางไม ไชยะวง อายุ 41 ปี และนางหนูน้อย พันธุลา อายุ 43 ปี ทั้งสองคนเป็นชาวลาวอยู่แขวงบอลีคำไซ และนายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 32 ปี ชาวบึงกาฬ เป็นคนขับรถ และนายจัน อายุ 70 ปี เป็นคนช่วยยกไม้ขึ้นรถ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า ได้รับจ้างจากนายทุนชาวลาวชื่อศักดิ์ ให้นำรถกระบะมาขนไม้พะยูง โดยได้ค่าจ้างคนละ 5,000 บาท แต่ยังไม่ทันได้เงินก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมก่อน

     เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสี่คน ร่วมกันทำไม้พะยูงห้วงห้าม, มีไม้พะยูงหวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่ง สภ.ภูสิงห์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป