
อภิสิทธิ์จวกคนไร้สาระนำคลิปเสียงไปตัดต่อ
มาร์ค จวกคนไร้สาระนำคลิปเสียงไปตัดต่อ ชี้ ชุมนุมปราศรัยได้ แต่ห้ามทำผิดกฎหมาย-ใช้ความรุนแรง-ทำลายปชต. ยัน ไม่มีเหตุผลยุบสภาหรือลาออก แต่ทำใจรับการเปลี่ยนแปลง
(5ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดงาน “สมัชชาประชาชน พรรคประชาธิ ปัตย์ วาระประชาชนภาคกลาง จ.กาญจนบุรี” ตอนหนึ่งว่า หลังเข้ามาเป็นรัฐบาลเกิดความวุ่นวายทางการเมืองที่มีมาก่อนหน้านี้ เฉพาะปีที่แล้วประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน ทำให้นโยบายหลายด้านขยับใช้ไม่ได้ ขณะที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงทั่วโลก หลายฝ่ายคิดว่าเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศ ก็คิดว่ามุ่งแต่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนหนึ่งยอมรับว่าจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว เราลืมสิ่งที่เคยพูดคุยกับประชาชนก่อนหน้านี้ พอปิดเทอมก็ประกาศใช้นโยบายเรียนฟรี ถือว่าสำเร็จไป ร้อยละ 80 ตนกล้าพูดเต็มร้อยเพราะทราบว่าในเมืองใหญ่บางโรงเรียนยังมีปัญหา แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่อนุมัติเงินให้กับพ่อ แม่ ผู้ปกครองช่วยเหลือในเรื่องการเรียน ผู้สูงอายุจัดเบี้ยยังชีพให้คนละ 500 บาทตลอดไป ส่วนอาสาสมัคร อสม.ก็จัดให้ ราคาแก๊สหุงต้มที่รับปากว่าจะตรึงราคาให้พี่น้อง ก็ทำตามที่เคยรับปากพูดคุยผ่านกระบวนการสมัชชาประชาชนที่มีการรับฟังความต้องการของพี่น้อง เมื่อมีโอกาสเราก็ทำตามนโยบายที่วางไว้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องไทยเข้มแข็ง 1.4 ล้านล้านบาท จะเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 1 ล้านไร่ เพิ่มทางหลวงชนชทให้ครบถ้วน เพื่อถนน ทางรถไฟให้มากขึ้นดูแลทุกโรงเรียนให้ได้ตามมาตรฐาน คอมพิวเตอร์ตามโรงเรียนไม่ใช่ใช้ 1 เครื่องต่อ 40 คน จะลดลงครึ่งหนึ่ง สาธารณสุขในระดับพื้นที่ตำบล โดยในเดือนตุลาคมนี้จะได้เพิ่ม 1,000 แห่ง ภายใน 3 ปีจะได้ 10,000 แห่ง ยกระดับเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ มีระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้น ระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ที่โรงพยาบาล เราจะแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่ยังไม่พอเพราะเข้ามาโรงแรมไม่ถึง 5 นาที มีชาวบ้านมายื่นเรื่องร้องเรียนกว่า 10 เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินที่มีหลายรูปแบบในที่ดินราชการ เรื่องหนี้สิน การค้าชายแดน ต่างด้าว ยาเสพติด ปัญหาเด็กเยาวชน นโยบายหลายเรื่องเข้ามา 3 เดือน 6 เดือน ทำแล้ว แต่ยังมีอีกมากในนโยบายไทยเข้มแข็งที่ต้องทำให้พี่น้องประชาชน ถ้าทำได้สำเร็จจะเป็นการพิสูจน์ให้เป็นรูปธรรม ของการทำงานการเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้เป็นโอกาสดีที่ประชาธิปัตย์มีโอกาสเป็นรัฐบาล ได้บริหารบ้านเมือง เพราะฉะนั้นการผลักดันทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น และตนขอยืนยันว่าการทำงานของตนในฐานะรัฐบาล กระบวนการของสภาก็ดี กระบวนการของพรรคการเมืองก็ดีตนให้ความสำคัญทั้งหมด ถ้าใครมีโอกาสได้ติดตามการถ่ายทอดการประชุมสภาฯจะเห็นว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรียอมทุ่มเทในการนั่งฟังส.ส. ซึ่งเป็นเสียงของประชาชน และรับฟังทุกปัญหาข้อซักถาม ขณะเดียวกันส.ส.ของพรรคต้องเป็นสื่อกลางที่ดี ที่จะรับฟังปัญหาและแนวคิดต่างๆ
“ผมทราบดีว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่หลายคนกังวลใจ เบื่องต้นต้องขอบคุณว่าหลายคนให้กำลังใจ เมื่อกี้เดินเข้ามามีคนบอกว่าห้ามยุบสภา ห้ามลาออกและห้ามตายด้วย ใจผมนั้นถ้าเลือกก็ไม่เลือกตาย ถ้าเลือกได้หากการทำงานบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อยก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปยุบไปลาออกอยู่แล้ว แต่ว่าในสังคมการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เราอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ความต่อเนื่องเป็นเรื่องดีแน่นอน เสถียรภาพเป็นเรื่องดีแน่และผมก็จะทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงเกิดเสถียรภาพแต่อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง และสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ก็เตรียมพร้อมไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นั่นคือธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้แปลว่าพอเห็นพรรคมาทำกิจกรรมก็ไปตีความว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่แต่พรรคการเมืองที่ดีต้องทำงานตลอดเวลา พูดง่ายๆคือพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา เพราะฉะนั้นอย่าตื่นเต้นตกใจว่าทำกิจกรรมแล้วจะต้องเลือกตั้งแล้ว ผมก็บอกแล้วว่าไม่ต้องตกใจอย่างมากก็สอบตก” นายรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ความตั้งใจก็คือว่า ตนยังอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปๆได้ และตัวเลขก็ยืนยันว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้น บ้านเมืองแม้ยังมีเหตุวุ่นวายอยู่บ้างแต่ก็กำลังเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น ถ้าเทียบสถานการณ์วันนี้กับ 4 เดือนที่แล้ว 6-8 เดือนที่แล้วหรือปีที่แล้วจะเห็นว่า กำลังเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น เพราะเราเป็นรัฐบาลที่ยึดหลักประชาธิปไตย ไม่เคยรังแกใคร ไม่เคยทะเลาะกับใครแต่เปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ และมีการชี้แจง แต่สิ่งที่ตนต้องขอประชาชนก็คือ ถ้าคิดว่าบ้านเมืองเราควรจะเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นได้ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนบางกลุ่มอยากให้วุ่นวาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดูได้จากการนำเสียงของตนไปตัดต่อและก็ไปอ้างว่า ตนไปสั่งฆ่าประชาชนซึ่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุด และก็ยังไม่จบพยายามจะบอกว่าเป็นเสียงของจริง เป็นสถานที่ไหนอย่างไรมันเป็นไปไม่ได้ และเวลานี้มีคนนำมาให้ตนดูว่าแต่ละประโยคมาจากรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยฯ คนเราพูดคำเดียวกันประโยคเดียวกัน 2 ครั้งยังไงก็ไม่เหมือนกัน เขาก็อุตส่าห์ไปทำคลื่นเสียงมาให้ดูว่าเหมือนกันเป๊ะเลย ก็ยังไม่เชื่ออีก ตอนนี้ก็มีคนนำคลิปเสียงเป็นซีดีไปแจก เหมือนกับหลังเหตุการณ์เดือนเมษายนว่าทหารฆ่าประชาชน ซึ่งไม่มีเพราะรัฐบาลนี้ไม่ทำ อย่าให้คนของเรามาเป็นเหยื่อของคนที่อยากให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
“บางคนไม่เห็นด้วยกับประชาธิปัตย์ บางคนไม่ชอบรัฐบาล บางคนไม่อยากให้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นเรื่องปกติและเขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูด ชุมนุมและปราศรัย แต่เขาไม่มีสิทธิ์ทำผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิ์ใช้ความรุนแรงและไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำลายประชาธิปไตย ด้วยวิธีการนอกกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือว่า อะไรที่เป็นสิทธิเสรีภาพของเขาก็ให้เขาทำไปอย่าไปทะเลาะกับเขา แต่อะไรที่ผิดกฎหมายต้องช่วยเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง แม้แต่เวลาที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนผมก็ขอเสมอว่า ไม่ต้องมาปิดถนนเพราะจะปิดหรือไม่ปิดถนน รัฐบาลก็ต้องช่วยเหลือดูแลเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเมื่อปิดถนนแล้วรัฐบาลจะดูแลให้เป็นพิเศษ อย่างนั้นไม่ได้เพราะถ้ารัฐบาลทำอย่างนั้นทุกคนจะปิดถนนกันหมด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธ์ กล่าวต่อไปว่า ฉะนั้นอีกหลายเรื่องเราต้องทำความเข้าใจ และเรื่องใหญ่ที่สุดที่ต้องทำ คือการประกันพืชผล ซึ่งรัฐบาลกำลังจะดำเนินการให้เป็นเรื่องที่พี่น้องเกษตรกรทุกครัวเรือนจะได้ประโยชน์ เราจะคำนวนผลผลิตให้แล้วเราก็จะจ่ายเงินให้เลย ถ้าหากว่ารายได้ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่รัฐบาลตั้งเกณฑ์เอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน



