ข่าว

จับนักดนตรีเมาปาหินใส่รถ-ตู้โทรศัพท์พัง

จับนักดนตรีเมาปาหินใส่รถ-ตู้โทรศัพท์พัง

05 ก.ย. 2552

นักดนตรีวัยโจ๋เมาได้ที่ขว้างหินเกลื่อนถนนสายบันเทิงเมืองแปดริ้ว ตกใส่รถยนต์จอดข้างทาง ร้านค้าขาย ตู้โทรศัพท์สาธารณะพังยับ

(5ก.ย.) เวลา 04.30 น. ร.ต.ท.ราเชน เงาะจันทรา ร้อยเวร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุชายวัยรุ่นลักษณะคล้ายคนเมาสุรา และมีพฤติกรรมออกตระเวนขว้างหินใส่ร้านค้าขายริมทาง รถยนต์ และตู้โทรศัพท์สาธารณะ บริเวณบนถนนศรีโสธรตัดใหม่ (ถนนสายบันเทิง ประจำจังหวัด) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ
 
 ที่เกิดเหตุพบตู้โทรศัพท์สาธารณะของทศท.บริเวณปากซอยถนนประชาสรรค์ กระจกถูกทุบทำลายแตกละเอียดหนึ่งตู้ และพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ แบบแค็ป สีขาว ทะเบียน ภ-9823 นครปฐม จอดเสียหายอยู่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซื่อดัง (คาร์ฟู) 1 คัน
 
 จากการตรวจสอบพบนายสุทธิชัย บุญชู อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/147 ถ.ราษฎรอุทิศ ต.บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กำลังขี่จยย.ออกตระเวนวนเวียนก่อเหตุอยู่บนถนนสายดังกล่าว จึงได้เข้าคุมตัวไว้ ก่อนที่ผู้เสียหายที่ติดตามมาจะเข้ามายืนยันชี้ตัวและควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดียัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา
 
 โดยนายสุทิน พิทยานนท์ อายุ 49 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 75 ม.14 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม พ่อค้าขายหมี่เกี้ยว (ชายสี หมี่เกี้ยว) ผู้เสียหาย ซึ่งค้าขายอยู่บริเวณริมทางหน้าห้างดังกล่าว เล่าว่า ขณะที่ตนนอนหลับพักผ่อนอยู่ในรถ เพื่อรอช่วยนางศรีวรรณ พิทยานนท์ อายุ 42 ปี ภรรยาเก็บร้าน ได้ยินเสียงกระจกรถยนต์แตกเสียงดังสนั่นคล้ายมีวัตถุของแข็ง ที่มีน้ำหนักมาก ลอยมาตกกระแทกใส่ที่ด้านหน้ารถ จึงตื่นขึ้นมาดู
 
 จนพบก้อนหินซึ่งเป็นเศษอิฐจากการทุบรื้ออาคารก่อสร้าง กระเด็นลอยมาตกอยู่ที่ บริเวณด้านหลังเบาะแค็ป ในรถของตนและกระจกด้านหน้าแตกร้าวเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ กว้างกว่า 40-50 ซม. ตรงบริเวณพวงมาลัยด้านหน้าคนขับพอดี แต่โชคดีที่ตนได้ย้ายมานอนยังที่เบาะข้างเคียงอีกฝั่งด้านซ้ายของคนขับ จึงไม้ได้รับอันตราย แต่ถูกสะเก็ดกระจกบาดจนเป็นแผลที่ดั้งจมูกเล็กน้อย ก่อนที่ภรรยาและลูก รวมทั้งร้านค้าข้างเคียงจะเข้ามาดูและบอกถึงสาเหตุให้ทราบ
 
 ขณะที่นายชาญภดล เรื่องโรจน์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ถ.ประชาสรรค์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พนักงานช่างเทคนิคการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กศท.) ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนได้ช่วยน้าชายขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อยู่บริเวณด้านฝั่งตรงข้าม องค์การโทรศัพท์ฉะเชิงเทรา(ทศท.)และได้เห็นพฤติกรรมของนายสุทธิชัย โดยตลอดที่เข้าไปใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ก่อนที่จะแสดงอาการโมโห ด้วยก่อนชกต่อยทุบตีที่ตู้โทรพศัพท์
 
 จากนั้นยังได้ใช้ก้อนหินเข้าไปทุบทำลายกระจกของตู้โทรศัพท์ดังกล่าวจนแตกละเอียดก่อนที่จะถือหินติดมือมาด้วย และนำมาขว้างปาใส่ร้านค้าตนที่กำลังยืนมองดูอยู่ แต่ไม่ถูกผู้ใด ก่อนที่จะขับรถเลยไป และขว้างก้อนหินใส่กระจกรถยนต์ที่จอดอยู่ริมทาง จนได้รับความเสียหาย จากนั้นตนพร้อมน้าชาย รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าจึงได้ช่วยกันออกไล่ขับรถติดตามคนร้ายไป พร้อมโทรศัพท์แจ้งตำรวจเข้ามาควบคุมตัวไว้ได้
 
 ส่วนนายสุทธิชัย ผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ตนเป็นนักดนตรี(มือกลอง)ที่ร้านอาหารสไตล์มินิผับแห่งหนึ่ง (Room 87) ซึ่งเป็นสถานบันเทิงของคนวัยรุ่น หลังจากเลิกงานแล้วได้นั่งดื่มสุราต่อกับเพื่อนๆที่หน้าร้าน จากนั้นก่อนแยกย้ายกันได้ใช้โทรศัพท์มือถือโทรกลับไปยังทางบ้านให้ช่วยขับรถมารับกลับ เนื่องจากตนเองขับรถกลับบ้านไม่ไหวแล้ว แต่เงินในโทรศัพท์หมดจนไม่สามารถโทรออกได้
 
 จึงได้ขับรถเข้าไปใช้บริการยังตู้โทรศัพท์สาธารณะ ที่ตั้งอยู่เรียงรายริมถนนศรีโสธรตัดใหม่จำนวนหลายสิบตู้ แต่ก็ใช้งานไม่ได้ จึงได้เกิดความโมโหขึ้นมา ก่อนที่จะลงมือทุบทำลายตู้โทรศัพท์ เนื่องจากตนเห็นว่าหากตั้งทิ้งไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ได้เหลือบไปเห็น นายชาญภดล ซึ่งยืนมองดูอยู่ จึงเกิดความไม่พอใจอีก ขณะจะขับรถกลับไปยังร้าน จึงได้นำก้อนหินถือติดมือไปด้วย และขว้างปาใส่คู่กรณีดังกล่าว
 
 ด้านร.ต.ท.บุญสฤษดิ์ ช่วยชู พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นถือว่ามีความรุนแรงน้อยกว่า คดีของแก๊งค์ปาหิน ที่เกิดขึ้นหลายแห่งทั่วประเทศ ที่ขว้างปาของแข็งใส่รถที่วิ่งผ่านไปมาบนท้องถนน ซึ่งถือว่ามีอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนมากกว่า ซึ่งคดีนี้อาจดำเนินคดีได้เพียง พยามทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินให้เกิดเสียหาย รวม 3 คดี ซึ่งจะได้ทำการสอบสวน และส่งฟ้องศาลต่อไป