
จับยกแก๊งมือยิง-เมียจ้างฆ่าผัว"หน.ฝ่ายธุรการจีเอ็ม"
ตำรวจสืบ1ตามรวบเกือบยกแก๊งมือยิง-จ้างวาน ฆ่า"หัวหน้าฝ่ายธุรการจีเอ็ม"พบเมียผู้ตายจ้างวานมือปืน5หมื่นฆ่าผัวแต่เจ้าตัวยังปฏิเสธ ส่วนคนรับงานคนแรกยังเผ่นหนีอีก1ราย
เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 นำโดย พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผกก.สส.บก.น.1) นำหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2585/2552 ลงวันที่ 4 กันยายน 2552 เข้าจับกุม นายประชา หรือชา เกษมโอภาส ข้อหา“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ข้างราชกรีฑาสโมสร (สนามม้าฝรั่ง) ริมถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เวลาประมาณ 05.30 น.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสมศักดิ์ บุญเส็ง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6006/22 ถ.ประชาสงเคราะห์ แขวง-เขตดินแดง หัวหน้าฝ่ายธุรการนิตยสารจีเอ็ม เสียชีวิตคารถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ษศ 4761 กทม.เหตุเกิดบริเวณสามแยกพิชัย ถนนพิชัย แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ หลังเกิดเหตุคนร้ายได้หลบหนีไป
จากนั้น พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 สั่งการให้ กก.สส.บก.น.1 นำโดย พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 ร่วมกับ สน.สามเสน ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จนกระทั่งพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ 4 คน ประกอบด้วย 1.นางจงดี หรือหน่อย บุญเส็ง ข้อหา “ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น” ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2583/2552 ลงวันที่ 4 กันยายน 2552
2.นายอำนาจ เหล่าเจริญ ข้อหา “ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และผู้ถูกใช้ได้กระทำความผิดนั้น” หมายจับศาลอาญา เลขที่ 2584/2552 ลงวันที่ 4 กันยายน 2552 3.นายประชา หรือชา เกษมโอภาส ข้อหา“ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์” หมายจับศาลอาญา เลขที่ 2585/2552 ลงวันที่ 4 กันยายน 2552
และ 4.นายวิศรุต หรือเต้ เรืองศักดิ์ ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์” หมายจับศาลอาญา เลขที่ 2586/2552 ลงวันที่ 4 กันยายน 2552
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน เวลาประมาณ 19.45 น.เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนางจงดี และนายวิศรุต จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.1 โดยนายวิศรุต ให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เวลาประมาณ 05.30 น.ได้ร่วมกับนายประชา ใช้อาวุธปืนยิงนายสมศักดิ์ เสียชีวิตจริง โดยนายวิศรุต เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว-เหลือง ทะเบียน ลนจ-281 กรุงเทพมหานคร ของตนเองเป็นยานพาหนะ
ส่วนนายประชา นั่งซ้อนท้ายและใช้อาวุธปืน รีวอลเวอร์ ขนาด.32 นิ้ว ยิงนายสมศักดิ์ จำนวน 5 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งนายวิศรุต ได้รับการติดต่อว่าจ้างมาจากนายอำนาจ ให้ยิงนายสมศักดิ์ ในราคา 50,000 บาท โดยนายอำนาจ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนมาให้ในราคา 20,000 บาท และหักค่าอาวุธปืนจากค่าจ้างดังกล่าว และนายอำนาจ ได้แจ้งให้ทราบว่านางจงดี ภรรยาของนายสมศักดิ์ ผู้ตายเป็นผู้ว่าจ้างนายอำนาจ มาติดต่อว่าจ้างนายวิศรุต และนายประชา ให้มายิงนายสมศักดิ์ อีกทอดหนึ่ง ส่วนนางจงดี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ นายสมศักดิ์ฯแต่อย่างใด
สอบสวนนายประชา ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายวิศรุต ใช้อาวุธปืนยิงนายสมศักดิ์ จริงโดยนายวิศรุต เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนตนเป็นผู้นั่งซ้อนท้ายและใช้อาวุธปืนยิงนายสมศักดิ์ ซึ่งมีนายอำนาจ เป็นผู้ว่าจ้างให้ยิงนายสมศักดิ์ ในราคา 50,000 บาท โดยติดต่อกับตนผ่านทางนายวิศรุต ซึ่งเป็นเพื่อนกันและได้ทราบจากนายอำนาจ ว่านางจงดี ภรรยาของนายสมศักดิ์ ผู้ตาย เป็นผู้สั่งให้ยิงสามีของตนเอง หลังเกิดเหตุนายประชา ได้แบ่งเงินค่าจ้างกับนายวิศรุต คนละครึ่ง
สำหรับนายอำนาจ ผู้ต้องหาอีกคนหนึ่งขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และ สน.สามเสน อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



