ข่าว

เลือกตั้งท้องถิ่น-ร่างทรงนักการเมืองระดับชาติชาวบ้านสุดท้อ-เลิกคาดหวังกับการพัฒนาพื้นที่

เลือกตั้งท้องถิ่น-ร่างทรงนักการเมืองระดับชาติชาวบ้านสุดท้อ-เลิกคาดหวังกับการพัฒนาพื้นที่

05 ก.ย. 2552

"อยากได้นายก อบต.ที่ติดดิน เวลาที่เลือกตั้งเข้าไปแล้ว อยากให้ลงพื้นที่มาพบปะกับชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่เลือกตั้งไปแล้ว ก็หายหน้าเข้ากลีบเมฆไปเลย"

 ศึกเลือกตั้ง นายก อบต. และ ส.อบต. ในพื้นที่ ภาคกลาง-ตะวันออก หากจะวิเคราะห์ถึงนัยสำคัญ หรือฐานเสียงของนักการเมืองระดับท้องถิ่น มักพบว่าเกิดจากความชื่นชอบในแนวทางนโยบายของผู้สมัคร รวมทั้งการชื่นชอบผู้สมัครแบบรายบุคคล แต่ประการสำคัญที่จะตัดทิ้งไม่ได้ "นายก อบต. หรือ ส.อบต." กลุ่มนั้นๆ มักจะได้รับแรงสนับสนุนจากนักการเมืองระดับชาติ

 "อ่างทอง" เป็นจังหวัดหนึ่งที่การเมืองท้องถิ่นค่อนข้างจะมีสีสัน จนมีการกล่าวขานกันว่า เป็นจังหวัดเล็กแต่คนใหญ่ ฉะนั้นการเลือกตั้งนายก อบต. หรือ ส.อบต.ที่จะชิงชัยกัน จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าการพัฒนานับจากนี้ไปจะเป็นรูปธรรมมากน้อยแค่ไหน หรืออาจมีนัยอื่นแอบแฝงหรือไม่

 การเลือกตั้ง อบต.ทั้ง 37 แห่ง ใน 7 อำเภอ ผู้สมัครแต่ละพื้นที่ต่างมีดีกรีไม่แพ้กัน บางรายเป็นอดีตนายก และอดีตสมาชิก ที่เพิ่งครบวาระไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หรือบางรายเป็นถึงผู้สมัครหน้าเดิม ที่เคยลงสมัครมาแล้ว แต่เกิดอกหักแพ้การเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมา

 นายจตุพร นาจพินิจ ประธานเครือข่ายมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง (พีเน็ต) ประจำ จ.อ่างทอง กล่าวว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ถือว่าดุเดือดพอสมควร โดยพบว่าผู้สมัครบางรายมีการขนย้ายคนเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน การข่มขู่ และสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเข้าใจผิด การใส่ร้ายป้ายสี จนมีการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก

 "การใช้เงินซื้อเสียง ประเด็นนี้ถือว่าจัดอยู่ในระดับแนวหน้า สาเหตุหลักของการทุจริตเลือกตั้ง เกิดจากประชาชนอาจไม่เข้าใจอย่างเพียงพอ หรือรู้เพียงอย่างเดียวคือ การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ ทำให้ในปัจจุบันมักพบว่ากระแสการทุจริต ถอนทุน เกิดการระบาดไปทั่วในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สำคัญ อบต.ถือว่าเป็นองค์กรที่นักการเมืองระดับชาติเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุน เพราะหวังฐานเสียงเป็นสำคัญ และหลายพื้นที่บรรดานายก และ ส.อบต.ก็จะเป็นคนในสังกัดของนักการเมืองทั้งสิ้น"

 นายสุรชัย ชาวบ้าน ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ กล่าวว่า การเมืองท้องถิ่นในยุคนี้ต่างฝ่ายต่างทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้มาซึ่งตำแหน่ง โดยใช้ชาวบ้านเป็นขั้นบันไดเหยียบขึ้นไป แต่น่าเสียดายที่ตำแหน่งดังกล่าวกลายเป็นตำแหน่งที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ส่วนนักการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชน หรือตั้งใจพัฒนาบ้านเมืองอย่างแท้จริงนั้น พูดได้เลยว่าหาได้ยากมาก ดังนั้นจึงไม่คาดหวังอะไรมากนักกับการเลือกตั้ง อบต.ในครั้งนี้

 ขณะที่ จ.นครปฐม ซึ่งจะมีการเลือกตั้งด้วยกันทั้งหมด 18 แห่ง ผู้สมัครมักเป็นอดีตนายกที่เพิ่งหมดวาระลงหมาดๆ โดยมีคู่แข่งทั้งอดีตสมาชิก อบต.ฝ่ายค้าน และอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งในการลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของ จ.นครปฐม จะมีความได้เปรียบเสียเปรียบก็ตรงฐานเสียงของทีมผู้สมัคร โดยเฉพาะทีมผู้สมัครที่อยู่ค่ายการเมืองใหญ่ อย่างตระกูลสะสมทรัพย์ ก็จะลงสมัครในนามกลุ่มชาวบ้าน และจะสามารถกวาดคะแนนเสียงได้ค่อนข้างมากกว่าทีมอื่นที่ไม่มีนักการเมืองระดับชาติหนุนหลัง

 เป็นที่น่าสังเกตว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกครั้งคนในตระกูลสะสมทรัพย์ หรือ ส.ส.ในสังกัด มักจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการหาเสียงของทีมผู้สมัครเลือกตั้ง อบต. แม้ว่าจะมีผู้สมัครหลายรายวิ่งเข้าหา เพื่อขอความช่วยเหลือในการหาเสียงก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะว่า เพื่อลบข้อครหา ข้อติเตียนจากฝ่ายที่พ่ายแพ้

 นายชัยยะ พานโพธิ์ทอง อายุ 40 ปี ชาว จ.นครปฐม บอกว่า อยากได้นายก อบต.ที่ติดดิน เวลาที่เลือกตั้งเข้าไปแล้ว อยากให้ลงพื้นที่มาพบปะกับชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่เลือกตั้งไปแล้ว ก็หายหน้าเข้ากลีบเมฆไปเลย ส่วนเรื่องระบบสาธารณูปโภค ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐาน เพราะคนที่ได้รับเลือกเข้ามาต้องทำอยู่แล้ว และที่ผ่านมาใครที่ได้เป็นนายก อบต.ก็จะทำแต่ถนนหนทาง จนลืมไปว่าคุณภาพชีวิตของชาวบ้านก็ควรได้รับการดูแลเช่นกัน อย่างปัญหาน้ำประปา น้ำบาดาล ที่ใช้อยู่สกปรกมาก บางครั้งน้ำเป็นสนิมแดง และยังมีหนอนไหลออกมาตามน้ำด้วย เรื่องอย่างนี้แหละที่คนเป็นนายกควรจะรีบแก้ไข

 พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ตันบุญเอก ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นมีการระดมกำลังออกกวาดล้าง และหาข้อมูลก่อนวันเลือกตั้ง โดยพุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และกลุ่มมือปืน นอกจากนี้ยังจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็วไว้คอยดูแล ร่วมกับ กกต.อีกด้วย และในคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือคืนหมาหอน ก็จะมีการจัดกำลังตั้งด่านตรวจตั้งแต่เย็นจนถึงรุ่งเช้า เพื่อป้องกันการซื้อเสียงแจกเงิน

 ด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ระบุว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ความสำคัญต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกับจัดตั้งชุดเฉพาะกิจลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะการใช้เงินซื้อเสียง ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อส่งมอบให้แก่ กกต.จังหวัดต่างๆ ใช้ในการพิจารณาโทษผู้สมัครที่กระทำผิด

 "ปัจจุบันพรรคการเมืองใหญ่เข้ามาแทรกแซง ซึ่งไม่ใช่คนในอำเภอ หรือตำบล แข่งขันกันเหมือนแต่ก่อนแล้ว ที่สำคัญสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้การจ้างมือปืนมีราคาถูกลง ผู้สมัครบางรายอาจจะเลือกใช้มือปืนที่ไม่เคยมีประวัติ ยิ่งทำให้ตรวจสอบยากขึ้น ปัญหานี้เจ้าหน้าที่พยายามหาข้อมูลของกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มมือปืน โดยมีการพัฒนาข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ ที่สำคัญข้าราชการประจำจะต้องไม่อยู่ใต้อำนาจของนักการเมือง เพื่อให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดเกรงกลัวต่อกฎหมาย" รอง ผบช.ภ.1 กล่าว

บายไลน์ - ศูนย์ข่าวภาคกลาง