
รุกระหว่างถอย
คนหนีคุกเปิดเกมรุกใหม่ จ้อผ่านรายการวิทยุอินเทอร์เน็ต ใครก็เปิดรับฟังได้ น่าจะเป็นการลดต้นทุนมากกว่าใช้วิดีโอลิงก์พูดให้ผู้มาชุมนุม ซึ่งต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างเป็นเครื่องมือปลุกระดม และการทุ่มจ่ายน้ำเลี้ยง
การเปิดเกมรุกครั้งนี้เป็นตัวช่วยเครือข่ายกลุ่มคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย และบริษัทของครอบครัว หลังจากคลิปเสียงผู้นำรัฐบาลกลายเป็นบูมเมอแรงเด้งกลับตีแสกหน้าคนวางแผนร้าย จนหงายท้อง ยังตั้งหลักใหม่ไม่ได้
เครือข่ายการเมืองพยายามดิ้นรนแก้เกม ดันทุรังขอเอาคลิปเสียงไปเปิดในสภา อาศัยเกมตื้นๆ เบี่ยงประเด็น น่าเสียดาย หลอกได้แต่เด็กปัญญาอ่อน
นักการเมืองหลายคนได้รับคลิปเสียง เอามาใช้เป็นประโยชน์ นึกว่าเป็นอาวุธเด็ดพิฆาตคู่ต่อสู้ แม้จะรู้เต็มหัวอกว่าเป็นคลิปเสียงตัดแต่ง
พวกอยู่ในสภายังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี เข้าคุกตะรางเพราะทิ้งซาก รอย หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกไว้ให้ตำรวจสืบเอาตัวแสบมาดำเนินคดี
จึงเป็นงานหลักสำหรับตำรวจในเครือข่ายสายงานคนหนีคุก เป็นเพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมอาชีพ และเคยรับใช้จัดการปรามม็อบเสื้อเหลืองในอีสาน
เท่ากับว่าค่ายสะตอต้องการวัดใจนายตำรวจพวกนี้ว่าการรีบฟันธงว่าบริษัทเอกชนไม่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อ แต่งเติม เผยแพร่คลิปเสียง พนักงานทำเอง บริษัทไม่รับผิดชอบ แถมยังขู่ว่าจะฟ้องร้องทำให้บริษัทเสียหายอีกด้วย
คนรู้งานได้ฟังแล้วคงอยากหัวเราะให้ฟันโยก ทุกบริษัทมีนโยบายห้ามพนักงานใช้คอมพิวเตอร์สำหรับงานส่วนตัว หรือเล่นเกมทั้งนั้นแหละ
ตำรวจยังสอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งในและนอกบริษัท ถ้าพนักงานไม่เกี่ยวข้องจริง ต้องรีบเลิกจ้าง หรือไล่ออก ดำเนินคดีตามกฎหมายซ้ำด้วย เพราะทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกมองว่าเป็นเครือข่ายการเมือง
ถ้าไม่จัดการไล่ออก แถมเป็นเจ้ากี้เจ้าการประกันตัว หรือจ้างทนายแก้ต่างๆ ให้ทั้งๆ หลักฐานปรากฏชัด แสดงว่าต้องมีนอกมีในด้วยแน่นอน
ที่ผ่านมาบริษัทและการเมืองเกี่ยวโยงสางไม่ออก เพราะสัมปทานหรือสิทธิ์พิเศษได้มา ล้วนเป็นเพราะอำนาจรัฐและการเมือง มีคดีอาญารอเพียบ
อ๊ะ! มีบริษัทในเครือข่ายนักการเมืองอุบาทว์เคยจัดตั้งกลุ่มคนเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และสื่ออื่นๆ เอาไว้เป็นตัวแจมในเว็บต่างๆ แสดงความเห็นเชิงสนับสนุนคนจ่ายน้ำเลี้ยง โจมตีฝ่ายตรงข้าม มีเงินเดือนประจำด้วยซ้ำ
บริษัทอุบาทว์ประเภทนี้จะจ้างพนักงานหลายสิบคน ส่งความเห็นผ่านเว็บ เป็นงานหลัก จับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน ก็รอดตัวไป คนจ่ายน้ำเลี้ยงสบาย ภาพดี
ฝ่ายตรงข้ามโดนถล่มเละ เหมือนกับว่าเป็นมติมหาชน ทั้งๆ ที่โดนจ้าง!
นักเคลื่อนไหวปลุกระดมม็อบระดับปลายแถวมักได้รับเงินเดือน 2-3 หมื่นบาท เพื่อให้โทรศัพท์แสดงความเห็นผ่านวิทยุทุกวัน หลายรายการ
จัดอยู่ในกลุ่ม “สู้แล้วรวย” มีอุดมกินแทนอุดมการณ์ แต่ไม่ร่ำรวยมากเท่ากับแกนนำหัวกลมกะโหลกหนา พวกนี้เป็นนักปลุกระดมขั้นเทพแต่ฝีมือมาร
ขนาดเศรษฐีหนีคุกยังทนต่อการรีดไถไม่ได้ ลูกน้องบางคนต้องช่วยออกมาเปิดโปงให้เห็นความจริงอันโสมมของนักรับจ้างจัดม็อบแล้วรวย บ้านเมืองจะวุ่นวาย ใกล้พินาศล่มจม ก็ไม่สนใจ ถ้าการจัดม็อบเป็นอาชีพ
บางคนไม่ยอมฟังคำเตือนของแม่ เถียงฉอดๆ ว่าจะหาอาชีพอื่นทำแล้วรวยเร็วทันใจสู้การจัดม็อบไม่ได้ ต้องรอดูจุดจบของการเมืองว่าบ้านหลังใหญ่โตราคา 20 ล้านบาทซื้อไว้ในย่านเศรษฐีไฮโซชานเมืองนั้น จะได้อยู่หรือไม่
นายใหญ่มีเงินเป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้านบาท มีเหมืองทอง เหมืองเพชร ยังแทบหาที่ดินสำหรับยืนไม่ได้ ที่ดินวัดแปลงสภาพเอามาทำสนามกอล์ฟ ซื้อต่อจากนักการเมืองขี้ฉ้อ บาปหนา ก็กำลังจะโดนยึดเป็นของรัฐ
ขี้ข้าม้าครอก ลิ่วล้อรับใช้การเมือง จะอยู่ที่ไหนได้ นอกจากในคุก!
เมื่ออยู่ในสภาวะถอยร่น โดนรุกหนัก ด้านคลิปเสียงตัดแต่ง ความล้มเหลวในการปลุกระดมคนเสื้อแดง ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ยอมเป็นเครื่องมือ รวมทั้งเครือข่ายการเมืองกำลังเสียท่า ทำให้คนหนีคุกต้องคิดเกมใหม่เพื่อตีตื้น
ขั้นตอนต่อไป อาจขายได้ คือการจัดชุมนุมวันที่ 19 กันยายน อ้างการครบรอบวันสูญเสียอำนาจของนายใหญ่ เป็นวันล่มจมของอาณาจักรกังฉิน
ต้องรอดูว่าจะทุ่มน้ำเลี้ยงปลุกระดมได้หรือไม่ คนหนีคุกคงต้องจ้อหนัก ถี่กว่าเดิม เหน็บรัฐบาลแล้วยังโปรยความหวังเรื่องเหมืองทอง เหมืองเพชร
เพียงแค่นี้ ก็หลอกให้พวกนักจัดม็อบหิวเงินตาลุกแล้ว!
เท่าที่ผ่านมา สร้างเวรกรรมให้บ้านเมือง จนสถานภาพเสื่อมทรุด โรคร้ายคุกคาม ก็ยังไม่ตัดใจ ปล่อยวาง ใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อล้างบาป สร้างความดี
การรุกครั้งใหม่ ต้องเตรียมทางถอยให้เหมาะ ถ้าพลาดเครือข่ายทั้งหลายในธุรกิจและการเมือง ขบวนการใต้ดิน ต้องหนีไปหาที่อยู่ใหม่นิ! อิอิอิ!!!



