ข่าว

ภตช.สุ่มตรวจงบ 5 ล้าน1ตำบล อ.หน่องไผ่ พบกินงบประปา ขโมยเสาไฟ

ภตช.สุ่มตรวจงบ 5 ล้าน1ตำบล อ.หน่องไผ่ พบกินงบประปา ขโมยเสาไฟ

20 เม.ย. 2560

ภตช.สุ่มตรวจงบ 5 ล้าน 1 ตำบล ทั่วประเทศ 3.6หมื่นล้าน เผย อ.หน่องไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พบกินงบประปา ขโมยเสาไฟขาย ชง ต่อ "เลขา ป.ป.ท. - รมว.มท." ฟัน!

           เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560  นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการ ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) เผยว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนและคณะได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)  และในวันเดียวกัน ทางคณะได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

          เลขาธิการท ภตช. กล่าวอีกว่า ด้วยภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.)ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านอำเภอหนองไผ่ และผู้ประกอบการ กว่า 500 ราย ว่าอาจมีความไม่ชอบมาพากล ในการดำเนินการ ตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนตำบลละ 5 ล้านบาท ให้กับ 7,225 ตำบล รวมวงเงิน 36,275 ล้านบาท ในส่วนเฉพาะของอำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับจัดสรรโครงการ วงเงิน 62.045 ล้านบาท

          "ดังนั้น ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ จึงมอบหมายให้ คณะทำงานตรวจสอบการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภตช.ลงพื้นที่ 10-11 เมษายน 2560 ตำบลหนองไผ่ ตำบลท่าแดง เทศบาลตำบลบ่อไทยฯ โดยการสุ่มตรวจและรับฟังปัญหาโดยตรงจากชาวบ้านกว่า 500 ราย และพบว่า แต่ละพื้นที่ โครงการที่ดำเนินการมีจุดบกพร่อง น่าสงสัย อาจเป็นการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ส่งมอบเนื้องานไม่ครบถ้วน ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการเท่าที่ควร" เลขาธิการ ภตช. กล่าว

          เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่า ดังนั้น ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ จึงเรียนมายัง นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

         1.ขอให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ โครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุน ตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 62.045 ล้านบาท 13 ตำบล ทั้งหมด 222 โครงการ ของ อำเภอ หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดังนี้  

         1.1 เป็นความต้องการของ ประชาชน ในหมู่บ้าน ตำบล และ มีความคุ้มค่าหรือไม่ ใช้งานได้หรือไม่

         1.2 มีโครงการเหมือนกัน แต่ซอยย่อย ใช้วิธีตกลงราคา เป็นการเลี่ยงสอบราคาประกวดราคาหรือไม่ 

         1.3 การทำราคากลาง การคำนวณปริมาณเนื้องาน ถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

         1.4 การตรวจรับงาน เป็นไปด้วยความถูกต้องครบถ้วน ตาม TOR หรือไม่

         1.5 ทางผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ มีแนวทางการกำกับติดตามโครงการรอบคอบแล้วหรือไม่

          2. พื้นที่ที่คาดว่า อาจจะมีการทุจริต หรือจัดงบซ้ำซ้อน โดยสังเกตจากพื้นที่ตำบลหนองไผ่ จากการสร้างฝายกั้นน้ำ พบข้อขัดแย้งว่า เป็นงบประมาณของอำเภอหนองไผ่ (ตำบลละ 5 ล้านบาท) หรืองบของ อบต.หนองไผ่ (งบปกติ) ว่าส่วนราชการใดเป็นผู้สร้างฝายกั้นน้ำกันแน่

        เพราะจากป้ายในการจัดสรรงบประมาณ ระบุว่า อบต.หนองไผ่ เป็นผู้สร้างโครงการก่อสร้างฝายแบ่งน้ำ พร้อมพนังกันน้ำเซาะ หมู่ที่ 5 กว้าง 4 เมตร ยาว 38 เมตร หนาเฉลี่ย 0.15 เมตร หรือ มีปริมาตรคอนกรีตไม่น้อยกว่า 88.53 ลูกบาศก์เมตร ตามแบบ อบต.กำหนด พร้อมป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย งบ 474,000 บาท (งบประมาณปี 2559) แต่ทางอำเภอหนองไผ่ยืนยันว่าเขาเป็นก่อสร้าง ซ่อมแซมฝายกั้นน้ำ หมู่ 6 เนินมะกอก ตำบล หนองไผ่ งบ 477,500 บาท (เป็นงบตำบลละ 5 ล้านบาท) ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้สร้าง ข้อสังเกต (ราคาใกล้เคียงกัน แต่ปริมาณเนื้องานต่างกัน)

             2.1 อบต.หน่องไผ่ มีโครงการก่อสร้างฝายแบ่งน้ำ พร้อมพนังกันน้ำเซาะ หมู่ที่ 6 บริเวณหมู่ที่ 6 เชื่อมต่อหมู่ที่ 7 กว้าง 4 เมตร ยาว 50 เมตร หนาเฉลี่ย 0.15 เมตร หรือมีปริมาตรคอนกรีตไม่น้อยกว่า 88.53 ลูกบาศก์เมตร ตามแบบ อบต.กำหนด พร้อมป้ายโครงการ 1 ป้าย งบ 474,000 บาท (โครงการบรรจุอยู่ในแผน 3  ปี 2559-2561 หน้า 104 ลำดับที่ 6 )

             2.2.อบต.หนองไผ่ มีโครงการก่อสร้างฝายแบ่งน่ำพร้อมพนังกันน้ำเซาะ หมู่ที่ 10 สระประมง กว้าง 4 เมตร ยาว 65 เมตร ลาดเอียง 6 เมตร หนาเฉลี่ย 0.15 เมตร หรือมีปริมาตรคอนกรีต ไม่น้อยกว่า 77.00 ลูกบาศก์เมตร พร้อมวางท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 เมตร จำนวน 20 ท่อน ตามแบบ อบต.กำหนด พร้อมป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย งบ 429,000 บาท (งบประมาณ ปี 2560)

          3. พื้นที่ ตำบลท่าแดง มี 16 โครงการ เป็นโครงการสร้าง ซ่อม ต่อเติมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั้งหมด ซึ่งลงตรวจสอบพื้นที่จริงแล้ว อาจมีการทุจริต เพราะทั้ง 16 โครงการ มี 15 โครงการตั้งราคากลางงบประมาณใกล้เคียงกัน 321,000 – 323,023 บาท แต่ระยะทางของถนนโดยวัดเป็นลูกบาศก์เมตรแล้วนั้น แต่ละโครงการ จะมีขนาด ปริมาตรแตกต่างกันมาก แต่ราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งผิดปกติ

           ยกตัวอย่างการตรวจสอบ รายการ 21 โครงการ ต่อเติม ซ่อมแซม ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 6 เมตร ยาว 108 เมตร หนา 0.15 เมตร พร้อมลูกรังไหล่ทาง ข้างละ 0.50 เมตร งบ 321,372 บาท ก่อสร้างพื้นที่ ตำบลท่าแดง เท่าที่สอบความยาวการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก วัดได้แค่ 60 เมตร 

         4. เทศบาลตำบลบ่อไทย(งบเทศบาลตำบลบ่อไทย) พบโครงการที่น่าสงสัย ได้แก่

1.สร้างประปาหมู่บ้าน แต่ประปาหมู่บ้านไม่สามารถใช้ได้ เพราะ อาจไม่มีปั้มน้ำ ไม่มีสายไฟฟ้า ราคากลาง 212,000 บาท แต่ตกลงราคาจัดจ้างอยู่ที่ 178,000 บาท

2.สร้างบ่อเก็บน้ำ เพื่อใช้ทำการเกษตรและอุปโภคบริโภค ต้องมีความลึก 3 เมตร ชาวบ้านบอกว่า อาจจะส่งงานจริง ความลึกเพียง 1 เมตรเท่านั้น ซึ่งปริมาณเนื้องานหายไปประมาณ 67% งบประมาณ 440,000 บาท

3.การให้สร้างถนนคอนกรีต โดยตามที่ตกลงกัน ตามงบประมาณรายจ่ายต้องสร้างถนนคอนกรีตเพื่อให้เชื่อมกับถนนสายใดสายหนึ่งในหมู่บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่เมื่อดำเนินงานจริง อาจมีการทำถนนตัด เพื่อให้เข้าไปยังบ้านผู้บริหารเทศบาลบ่อไทยจริงหรือไม่

        “จะเห็นได้ว่า โครงการดังกล่าวมีจุดบกพร่องหลายจุดในโครงการภาพรวมทั้ง 3.6 หมื่นล้านบาท ราคากลางของการคำนวณ อาจจะสูงเกินกว่าคามเป็นจริงเท่าตัว ถ้าเทียบกับราคากลางกระทรวงพาณิชย์ ใช้งานได้ไม่นาน พังก่อน อีกทั้งยังไม่หมดระยะเวลาประกันก็ไม่มีใครมาซ่อม มีการดำเนินโครงการซ้ำๆ กัน ในตำบล อำเภอเดียวกัน แต่กลับไม่สอบราคา ประกวดราคา ถ้าดำเนินการตามนี้รับรองได้เงินเหลือกลับคืนคลังไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

          จึงอยากเรียนไปยัง ผู้ว่า สตง.ช่วยปูพรมตรวจซ้ำทุกจุด เพื่อเรียกเงินคืน เนื่องจากปริมาณเนื้องานอาจจะน้อยกว่าเงินที่จ่ายจริงไปเยอะ ซึ่งถ้าโครงการนี้ไม่ตรวจให้เป็นตัวอย่าง ต่อไปรัฐบาลจัดงบอะไรลงไป ก็จะสูญเงินเปล่าไปกว่าครึ่ง ไม่คุ้มภาษีของพวกเรา” เลขาธิการ ภตช.กล่าว 

          เลขาธิการ ภตช. กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ผู้ประสาน ภตช.แต่ละจังหวัด กำลังสุ่มตรวจโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท โครงการประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็น อุตรดิตถ์ ลพบุรี สิงห์บุรี ปทุมธานี นนทบุรี อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กำลังได้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะสรุปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป