
เร่งชงไทยเข้มแข็งลอต2เข้าครม.เติมเงินอีกแสนล้าน
คลังเตรียมเสนอครม.เพิ่มโครงการไทยเข็มแข็งลอต 2 อีก 1 แสนล้านบาท ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ นายกฯ กดปุ่มเงินลอตแรกเกือบ 2 แสนล้าน เน้น 4 กระทรวงหลัก หวังเร่งลงทุนได้ภายในสิ้นปีงบ 53 คาดเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 85-90%
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดแผนปฏิบัติไทยเข้มแข็ง 2555 อย่างเป็นทางการ พร้อมกดปุ่มปล่อยเงินสำหรับโครงการรอบแรกวงเงิน 199,960.60 ล้านบาท โดยกล่าวว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งฯ เป็นการลงทุนในอนาคตของเศรษฐกิจไทยและประชาชนอย่างแท้จริงเป็นมูลค่า 1.43 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 16% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และการลงทุนครั้งนี้ที่ใช้เวลา 3 ปี เท่ากับ 5% ของจีดีพีต่อปี ขณะที่การลงทุนครั้งนี้จะสร้างงาน 1.5 ล้านคนหรือมากกว่านั้น และไม่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังนำไปสู่การลงทุนเพิ่มของเอกชน และทำให้มีการใช้สอยของประชาชนเพิ่มขึ้น จึงมั่นใจว่านับจากปลายปีนี้เศรษฐกิจไทยก็จะขยายตัวในอัตราปกติ
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการที่ใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทก้อนแรก 2 แสนล้านบาทนั้น จะเริ่มเบิกจ่ายเงินเข้าระบบและถึงมือประชาชนเดือนกันยายน -ตุลาคมนี้ เชื่อว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ถึง 85-90% ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2553
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการเพิ่มเติมอีกวงเงิน 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นจากวงเงินเดิม 1.06 ล้านล้านบาท คาดว่าจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ โดยจะเน้นโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัด เช่น บ้านมั่นคง และโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรกร ซึ่งหากรวมกับก้อนแรกน่าจะเบิกจ่ายได้ถึง 2.5 แสนล้านบาทภายในสิ้นปีงบ 2553 หรือคิดเป็น 2.7-2.8% ของจีดีพี จึงน่าจะมีผลต่อความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่น้อย
“งบก้อนแรก 2 แสนล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เน้นให้ 4 กระทรวงหลักคิดเป็น 75% ของวงเงิน คือกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งส่วนใหญ่โครงการมีความพร้อมเดินหน้าได้ทันที โดยนายกฯ กำชับว่านอกจากมีคณะกรรมการติดตามความคืบหน้าของโครงการแล้วยังจะประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงด้วย” นายกรณ์กล่าว



