ข่าว

อย่างงี้ก็มี!! รถเฉี่ยวกัน เคลียร์ไม่ได้ "กัดหูขาด"

อย่างงี้ก็มี!! รถเฉี่ยวกัน เคลียร์ไม่ได้ "กัดหูขาด"

19 เม.ย. 2560

หนุ่มเมาขี่ จยย.เฉี่ยวแล้วหนี เก๋งป้ายแดงขับตามไปเคลียร์สุดท้ายถูกกัดหูขาด

     เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 เมษายน  นางศรุตยา งามโสภา อายุ 27 ปี เข้ามาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ชนินทร์ เพชรคำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังจากสามีถูกคู่กรณีที่ขับรถเฉี่ยวชนกันภายในซอยหมู่บ้านทรัพย์ทรัพย์บุญชัย 38 บริเวณทางโค้งร้านอาหารนับดาว ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ทำร้ายร่างกายด้วยการกัดหูซ้ายจนขาด

อย่างงี้ก็มี!! รถเฉี่ยวกัน เคลียร์ไม่ได้ "กัดหูขาด"

     นางศรุตยา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและนายธานินทร์ คล้ายวิเชียร อายุ 43 ปี สามีขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน ล-5339กรุงเทพมหานคร ไปรับลูกที่โรงเรียนย่านถนนพุทธรักษา ระหว่างทางเห็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกุ๊ปปี่ไอ สีฟ้าขาว ทะเบียน อบบ -374กรุงเทพมหานคร ขี่ตามหลังมาในลักษณ์ส่ายไปมาคล้ายคนเมา จึงบอกให้สามีหลบเข้าด้านซ้ายเพื่อให้เขาผ่านไปก่อน แต่ระหว่างที่รถจักรยานยนต์ขับแซงขึ้นไปได้เลี้ยวปาดเข้ามาเฉี่ยวกันชนหน้ารถของตนจนเป็นรอย แล้วขับหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

อย่างงี้ก็มี!! รถเฉี่ยวกัน เคลียร์ไม่ได้ "กัดหูขาด"

นางศรุตยา กล่าวว่า ด้วยความโมโหสามีจึงได้เร่งเครื่องขับรถติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เพื่อเจรจากันแต่ระหว่างที่ขับรถตีคู่กันอยู่ ชายที่ขี่รถจักรยานยนต์ได้หักหัวรถเข้าใส่รถตน สามีพยายามหักหลบแต่ไม่ทันจึงเกิดการเบียดกันเกิดขึ้น ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงจนคนขับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกาย สามีจึงเปิดประตูลงไปเคลียร์ปัญหา  แต่ชายคนดังกล่าวกลับคว้าก้อนหินขนาดเขื่องใกล้มือจะขว้างใส่ แต่โชคดีที่สามีคว้าข้อมือของชายคนดังกล่าวไว้ทัน จึงเกิดการชุลมุนกันและพลาดท่าถูกคู่กรณีกระโดดขึ้นมากัดเข้าที่ปลายหูข้างซ้ายจนขาดแล้วบ่วนใส่หน้าสามี จนชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยห้ามปราม และทราบว่าคู่กรณีชื่อนายเหลือง นนท์พละ อายุ 49 ปี ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ซึ่งต่อมามูลนิธิกู้ภัยได้ช่วยพานายเหลือง ส่งโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ ส่วนสามีตนมูลนิธิฯช่วยนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ

อย่างงี้ก็มี!! รถเฉี่ยวกัน เคลียร์ไม่ได้ "กัดหูขาด"

     ร.ต.อ.ชนินทร์ กล่าวว่าเบื้องต้นยังไม่สามารถสอบปากคำผู้บาดเจ็บทั้งสอง เนื่องจากยังนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล หลังจากอาการดีขึ้น จะเรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป