ข่าว

ใครก็ยั้งไม่อยู่ “นเร” ออกแน่

ใครก็ยั้งไม่อยู่ “นเร” ออกแน่

19 เม.ย. 2560

"นเร เหล่าวิชยา" ยืนยันลาออกจากอธิบดีกรมพลศึกษา แน่นอน มีผล 1 มิ.ย.นี้ แม้ "รมต.กีฬา" กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร จะยับยั้ง และไม่มีการแต่งตั้งอธิบดีคนใหม่ในตอนนี้

 

 ความขัดแย้งในวงการกีฬาไทย ล่าสุด เกิดขึ้นที่กรมพลศึกษา ภายหลังจากที่ “บิ๊กนเร” นายนเร เหล่าวิชยา ตัดสินใจช็อกวงการกีฬาด้วยการประกาศลาออกอย่างกะทันหันจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา โดยได้ส่งข้อความไลน์ถึงข้าราชการในกรมพลศึกษา ระบุเนื้อหา กรณีที่ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงนามแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักนันทนาการ (นางรุ่งอรุณ เขียวพุ่มพวง) กับผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา (นายพัชระ ตั้งพานิช) สังกัดกรมพลศึกษา เมื่อวันที่ 12 เมษายน เป็นการไม่ให้เกียรติกันเพราะไม่ใช่รายชื่อที่อธิบดีกรมพลศึกษาเสนอชื่อไปก่อนหน้านี้ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ิ 19 เมษายน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตนได้มีการพูดคุยกับ นายนเร หลังจากที่ท่านได้ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาไป โดยตนขอย้ำว่า นายนเรเป็นคนดี และเป็นคนเก่งมาก ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นทรัพยากรสำคัญของกรมพลศึกษา และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการพัฒนาการกีฬาของชาติ โดยพยายามคุยถึงเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน 

 “การทำงานของเราเน้นการทำงานเป็นทีม แต่แน่นอนว่าเป้าหมายมันก็ยาก เพราะฉะนั้นวิธีการทำงานมันก็คงมีหลากหลายวิธี ซึ่งในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีการพูดคุยกันว่า แนวทางไหนจะดีกว่ากัน วิธีการทำอาจจะมีอยู่ 2-3 แบบ แต่เป้าหมายเดียวกัน” 

สำหรับเรื่องการยับยั้งให้ นายเนร เหล่าวิชยา ยังคงอยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษา ต่อไปนั้น นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ตนกำลังพูดคุยกันอยู่ และแน่นอนว่าจะพยายามให้ นายนเร ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป รวมทั้งยังไม่มีการดำเนินการคัดเลือกหาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาคนใหม่ ในตอนนี้

ในขณะที่ นายนเร เหล่าวิชยา อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า  จนถึงขณะนี้ ยืนยันเหมือนเดิมว่า ตนจะขอลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมพลศึกษาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันยังไม่มีการพูดคุยใด ๆ กับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพูดคุยกันทางโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งในการทำงานกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม “ปลัดกีฬา”  ถึงได้แต่งตั้งบุคคลที่ตนไม่ได้เสนอชื่อเข้าไปทั้ง 2 ตำแหน่ง ทั้งที่มีการหารือและพูดคุยกันไว้ก่อนมีคำสั่งแต่งตั้ง 

“ผมยังยืนยันแม้ว่าจะมีการยับยั้งการลาออก แต่ผมคงต้องลาออก ผมได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้ว และตามขั้นตอนจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน  ส่วนเรื่องกระบวนการในการแต่งตั้งอธิบดีคนใหม่มาทำหน้าที่นั้น อยู่ที่กระทรวงว่าจะเสนอชื่อใครเข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อใกล้ถึงเวลาที่ผมจะหมดหน้าที่อย่างเป็นทางการ ผมจะเปิดใจฝากฝังงานกีฬาหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับกรมพลศึกษาเพราะผมต้องการให้เป็นไปตามแผนที่ผมได้เคยประกาศนโยบายก่อนเข้ามาทำหน้าที่” อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าว