
ประชาชนต่อแถวกราบพระบรมศพ ร.9
ประชาชนทั่วสารทิศต่อแถวรอกราบสักการะพระบรมศพ ร.9
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว
นางวิมลวรรณ สังฆกุล อายุ 47 ปี เดินทางมาพร้อมกับพี่สาว นางสมบัติ ใบมณฑา และน้องสาว นางภัททิยา วิจารณ์วงษ์ จากบ้านพักใน อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ 05.30 น.โดยใช้บริการรถไฟฟรี มาต่อรถเมล์ฟรี มายังพระบรมมหาราชวัง เพื่อกราบพระบรมศพในหลวง ร.9 เป็นครั้งที่ 4 ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานก็ได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศสมความตั้งใจ
"ประทับใจพระองค์ท่านที่ทรงคิดค้นโครงการต่างๆ มากมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่างตัวเองมีอาชีพทำนา เมื่อก่อนน้ำแล้งไม่เพียงพอกับการทำนา แต่พอมีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวง ร.9 เข้ามาช่วยเรื่องน้ำ โดยปล่อยน้ำเข้ามาในที่นาทำให้มีน้ำทำนาปลูกข้าวได้มากขึ้น และบางส่วนของแปลงนายังขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว และปลูกไม้ยืนต้นเป็นกล้วยบ้าง มะม่วงบ้างสลับสับเปลี่ยนกันไปตามรอยทฤษฎีเกษตรพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงสอนไว้" นางวิมลวรรณ กล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 69 ปี นางกนกพร อนุสนธิ์ ชาวกรุงเทพฯ จึงอยากใช้ช่วงเวลาวันสำคัญของชีวิตมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อขอพรให้ตัวเองและครอบครัวมีแต่ความร่มเย็น โดยนางกนกพร กล่าวว่า เดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งนี้ถือว่ารอไม่นาน เหมือนช่วง 100 วันแรก เพราะเคยรอนานที่สุดถึง 16 ชั่วโมง แต่การรอนานๆ นั้น ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกท้อถอยแต่อย่างใด ถ้าเทียบกับสิ่งที่ในหลวง ร.9 ท่านทรงทำเพื่อปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะทุรกันดาร ข้ามน้ำ ข้ามภูเขา สักกี่แดดกี่ฝน พระองค์ก็มิเคยทรงย่อท้อ เพราะทุกถิ่นที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปนั้นเพื่อพระราชทานความสุขสบายให้แก่พสกนิกรของพระองค์แทบทั้งสิ้น
"ทุกครั้งที่ได้กราบสักการะพระบรมศพน้ำตาก็ไหลทุกครั้ง และนับตั้งแต่พระองค์สวรรคต เวลาเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ทึไรก็ร้องไห้ทุกที จำได้ว่าเมื่อหลายปีมาแล้วเคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จท่าน 2 ครั้ง คือตอนเสด็จฯ วันวิสาขบูชา ที่วัดพระแก้ว และครั้งที่ 2 ตอนท่านเสด็จฯ มาตรวจลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้ง 2 ครั้งที่มีโอกาสได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์เต็มๆ ปลื้มปิติและดีใจที่สุด และจากนี้ไปเราจะนำความสอนของในหลวง ร.9 เรื่องความพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต จะประหยัดอดออม รักษาตนอยู่ในศีล 5 และจะสอนลูกสอนหลานให้เป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่นที่อ่อนแอกว่า" นางกนกพร กล่าว



