ข่าว

หนุ่มโรคหอบกำเริบหนักเสียชีวิตคาห้องพักนาน5วัน

หนุ่มโรคหอบกำเริบหนักเสียชีวิตคาห้องพักนาน5วัน

18 เม.ย. 2560

หนุ่มพนักงานขับรถส่งสินค้าโรคหอบกำเริบหนัก นอนเสียชีวิตคาห้องพักกว่า 5 วัน กลิ่นเหม็นคลุ้งอบอวน แม่บ้านสุดทนต้องเรียกช่างมางัดกุญแจ เจอสภาพศพถึงพงะ

 

              เมื่อเวลา17.00น. วันที่18เมษายน ร.ต.อ.ชัยนเรศ สุพร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตภายในห้องพักในอพาร์ทเม้นไม่มีชื่อเลขที่77หมู่5ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมาคมกู้ภัย พร้อมมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบ 

              ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นสูง8ชั้น ที่เกิดเหตุห้อง523ชั้น 5 พบว่าประตูทางเข้าห้องถูกงัด ภายในพบศพของนายนพดล หรือเอก เทพาสิทธิ์ อายุ48ปี อยู่บ้านเลขที่888/2ถ.พรานนก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สภาพศพนอนหงายขึ้นอึดไม่สวมเสื้อผ้าอยู่บนที่นอน ที่พื้นห้องพบกล่องพ่นยาแก้หอบ ตกอยู่จำนวน2อัน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วตึก  ตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือการรื้อค้นข้าวของแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า5วัน จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวท

              จากการสอบถามคนดูแลอพาร์ทเม้นดังกล่าว ทราบว่าผู้ตายเป็นพนักงานขับรถอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มาพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นดังกล่าวมานานกว่า7ปีแล้ว ปกติผู้ตายไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับ หลัง เลิกงานมักจะซื้อเบียร์ขึ้นไปนั่งดื่นบนห้องเพียงคนเดียว ล่าสุดแม่ค้าขายของชำด้านล่างตึกบอกว่าเมื่อ5วันที่ผ่านมาผู้ตายได้ซื้อเบียร์ขึ้นไปดื่มและไม่เห็นมาซื้ออีกเลย จนกระทั่งในวันนี้ได้รับแจ้งจากแม่บ้านว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณอาพาร์ทเม้นจึงได้ช่วยกันออกตามหาที่มาของกลิ่น จนกระทั้งมาพบว่ากลิ่นเหม็นดังกล่าวลอยออกมาจากห้องผู้ตาย และประตูถูกล๊อกจากด้านใน จึงให้ช่างมางัดกุญแจที่ล็อกจากด้านในจึงได้พบว่าผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพดังกล่าว

                  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตาย น่าจะเป็นโรคหอบ ช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันหยุดยาวหลายวัน ยาพ่นแก้หอบน่าจะหมด ประกอบกับร้านขายยาปิด และโรคหอบผู้ตายอาจกำเริบอย่างรุนแรงเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาอากาศร้อนอบอ้าว จนทำให้ผู้ตายหมดสติและเสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป