
อภิสิทธิ์ระบุกรณี"อัลไพน์"ต้องทำตามคำวินิจฉัยของกฤษฎีกา
ป๋าเหนาะ อัด ปชป.ลุแก่อำนาจรื้อฟื้น สนามกอล์ฟอัลไพน์ หวังดิสเครดิต ทักษิณ พรรค พท.รวมทั้งตนเอง หวังถูกทาบทามให้กลับเข้าร่วม พท. ยันการซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ถูกต้องตาม กม. ปูดเจ้าของอัลไพน์เตรียมฟ้อง ถาวร ให้ข่าวจะยึดที่ดินคืน ทำให้เกิดความเ
(4ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีที่นายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังไม่เพิกถอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ให้กลับมาเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่า นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กำลังดูแลอยู่ เรื่องนี้ต้องดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา หากปลัดกระทรวงมหาดไทย ไม่ดำเนินการตามคำวินิฉัย ก็ต้องชี้แจงให้ได้ว่า ทำไมถึงไม่ดำเนินการ และถ้ามีปัญหาอะไร นายถาวรคงจะรายงานให้ทราบ
“เหนาะ”เต้นซัดปชป.ลุแก่อำนาจรื้อ“อัลไพน์”หวังดิสเครดิต“ทักษิณ”
นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช แสดงความไม่พอใจและกล่าวตำหนิพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง กรณีเสนอให้ รมว.มหาดไทย สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิสนามกอล์ฟอัลไพน์ให้กลับไปเป็นธรณีสงฆ์ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปี 2545 โดยนายเสนาะอ้างว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายลุแก่อำนาจ เห็นบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การกระทำดังกล่าวมีเจตนามุ่งหวังผลทางการเมือง เพื่อดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกทั้งยังเป็นการมุ่งโจมตีตนเอง ภายหลังมีข่าวถูกทาบทามให้กลับเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ นายเสนาะยืนยันว่า การดำเนินการซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และตนเองได้เคยชี้แจงเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนไปตั้งแต่สมัยที่ถูกนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านในสมัยนั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว
นายเสนาะยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เท่าที่ตนเองได้รับทราบ บริษัทที่เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟดังกล่าวในปัจจุบันได้เตรียมการที่จะฟ้องร้อง นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย จากการออกมาให้ข่าวว่าจะมีการยึดที่ดินดังกล่าวคืนอีกด้วย
สำหรับที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์นั้น เดิมนางเนือม ชำนาญชาติศักดา เจ้าของที่ดินได้เขียนพินัยกรรมยกให้เป็นธรณีสงฆ์ แต่ต่อมากลับมีการออกเอกสารสิทธิขายให้เอกชน และนายเสนาะ เทียนทอง ได้ซื้อมาทำสนามกอล์ฟ ก่อนที่จะขายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยตั้งแต่ปี 2545 ไว้แล้วว่าจะต้องยึดคืนให้เป็นธรณีสงฆ์



