ข่าว

นายกฯ สั่งสืบสวนปลี่ยนหมุด "คณะราษฎร"

นายกฯ สั่งสืบสวนปลี่ยนหมุด "คณะราษฎร"

18 เม.ย. 2560

"นายกฯ” ให้ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ สืบสวนกรณีเปลี่ยนหมุดคณะราษฎร ระบุไม่อยากให้เป็นประเด็นไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เตือนอย่างเพิ่งเคลื่อนไหวประท้วงทวงหมุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการเปลี่ยนหมุคณะราษฎร ว่า ตนไม่อยากให้เป็นประเด็น ซึ่งตนรับทราบและได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว และได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดตามสืบสวนและสอบสวน ตนไม่อยากให้เป็นประเด็นในเวลานี้ เราเองก็เป็นประชาธิปไตยมากว่า 80 ปี แล้ว ตนเองก็ยืนยันว่าตนก็เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นก็อยู่ที่ใจของพวกเราทุกคนว่าเราจะเดินหน้าประเทศกันอย่างไรมากกว่า ที่เหลือก็เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่ต้องว่ากันไป ถ้าพูดกันไปมา ก็ไม่มีวันจบ ก็ขอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน
 
    นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนที่มีการเคลื่อนไหวว่าในวันที่ 19 เม.ย. จะมีการมาทวงคืนหมุดคณะราษฎรนั้น ส่วนตัวเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ตนอยากขอเตือนว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามในขณะนี้ก็ไม่อยากให้บ้านเมืองมันไปไม่ได้ในทุกๆเรื่อง เพราะวันนี้ก็มีหลายกลุ่มหลายฝ่ายต้องการใช้ในหลายๆประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ ความขัดแย้ง พลังงาน สุดท้ายก็เป็นเรื่องของหมุดคณะราษฎร มาเป็นปัญหาทั้งหมด แล้วเราจะทำอะไรได้ ตนจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
 
    “ดังนั้นการจะทำอะไรก็ตามก็ต้องดูกฎหมายด้วย จะดูแค่รัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะรัฐธรรมนูญเพียงแค่เขียนกรอบกว้างๆไว้เท่านั้น ยังมีกฎหมายลูก มี พระราชบัญญัติอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคง ความปลอดภัย รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น) ประชาชนทุกคนต้องไปศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่อะไรก็จะอ้างในเรื่องสิทธิเสรีภาพทั้งหมดแล้วจะทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงต้องไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่ไม่มีกฎหมายบังคับ ซึ่งในโลกนี้คงไม่มี เพราะทุกประเทศก็ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย อะไรที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการปกครอง การบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถึงแม้บางคนจะบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 
    พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ถือว่าขอร้องแล้วกัน วันนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ทุกคนก็ต้องการประชาธิปไตย ต้องการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ตนขอยืนยันให้ประชาชนทั้งประเทศว่าผมพายามทำทุกอย่างเพื่อให้แผ่นดินนี้มีความสุข จึงอยากขอความร่วมมือว่าอะไรที่ไม่ใช่ประเด็นที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายจนเกินไปมากนัก อย่าเอามาให้เป็นเรื่องที่ต้องแก้มากนักเลย ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ก็ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าวันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นเราควรมองอนาคตดีกว่าหรือไม่  เรื่องเก่าๆก็เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ก็ว่ากันไป ถ้าจะมาโต้แย้งกันไปมา
  
    “ผมขอไม่พูดดีกว่า เพราะทุกคนก็มีความเชื่อที่แตกต่างกัน อันนี้คือหลักการของประชาธิปไตย ไม่ได้อยู่ที่อะไรทั้งสิ้น อยู่ที่ใจคนว่าอยากเห็นประเทศชาติเดินต่อไปอย่างไร ผมก็ได้แต่ขอร้อง ความจริงไม่อยากเพิ่มภาระให้กับความฝ่ายความมั่นคง แต่ก็ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงดูกฎหมายทุกข้อในช่วงนี้เป็นต้นไป ก็ขอให้ทุกคนระมัดระวังแต่ไม่ใช่ผมขู่ เพียงแต่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองเดือดร้อนอีกแล้ว ไม่อยากให้มีการประท้วงยาวนานจนวุ่นวายไปหมดแล้วจะทำอะไรกันได้ ทุกคนยิ่งห่วงและระบุว่าเศรษฐกิจมันแย่ ยิ่งถ้ามีการประท้วงกันอีกแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้อย่างไร เราต้องใช้เวลาที่เหลือให้เต็มที่ อะไรที่ยังไม่เข้าใจก็ขอให้สอบถามมาตนยินดีที่จะตอบ สิ่งไหนทำได้ก็พร้อมทำให้ จะเห็นว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างออกมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี หลายเรื่องยังเป็นปัญหา” นายกรัฐมนตรีกล่าว