ข่าว

อภินิหารเพลิงไหม้ศาลาวัดวอด รูปหล่อ”หลวงปู่ทิพย์”ไม่ระคาย

อภินิหารเพลิงไหม้ศาลาวัดวอด รูปหล่อ”หลวงปู่ทิพย์”ไม่ระคาย

17 เม.ย. 2560

เพลิงไหม้ศาลาวัดดังบุรีรัมย์วอด ขณะพระออกบิณฑบาต อภินิหาร รูปหล่อ ”หลวงปู่ทิพย์” ไม่ระคาย

 

   
          17 เม.ย. 60 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.30 น. พ.ต.อ.บัณฑิต อ่อนสาคร ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ทอง ต.พระครู อ.เมือง จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ใกล้เคียงมาช่วยฉีดน้ำสกัดเพลิง         
          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บริเวณศาลาการเปรียญอย่างรุนแรง เป็นศาลา 2 ชั้นหลังใหญ่ครึ่งปูนไม้ ซึ่งเป็นเสาไม้กว่า 100 ต้น ศาลาเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งทางวัดได้ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา หอฉัน รวมทั้งจัดเก็บพระพุทธรูป และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในวัด เช่น บาตร เสื่อ พรม โต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม ได้ถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายเกือบทั้งหมด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นนับล้านบาท     
          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาล และ อบต.ใกล้เคียงได้นำรถน้ำจำนวน 5 คัน ช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ เนื่องจากศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ทั้งหลัง และสิ่งของที่อยู่ภายในล้วนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนทำให้ศาลาการเปรียญ และสิ่งของที่อยู่ภายในถูกเพลิงไหม้วอดเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งบรรยากาศโดยรอบศาลาวัด ชาวบ้านที่มายืนดูต่างเสียใจ และเสียดายศาลา ที่เพิ่งบูรณะได้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต้องร่ำไห้  
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดโพธิ์ทอง เป็นวัดที่ชาวบ้านตำบลพระครูและชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างเคารพนับถือ เนื่องจากวัดโพธิ์ทอง เคยมีเกจิอาจารย์ดัง คือหลวงปู่ทิพย์ จำวัดอยู่ในวัดแห่งนี้ และได้มรณภาพไปเมื่อปี พ.ศ.2515 โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กำลังฉีดน้ำพรมจุดที่ยังมีควันไฟอยู่นั้น ได้มีรูปหล่อของหลวงปู่ทิพย์ ในท่านั่งสมาธิ ขนาดหน้าตักประมาณ 120 ซม.สูงประมาณ 1 เมตร เนื้อทองสัมฤทธิ์ร่วงจากชั้นสองลงมาชั้นล่าง และยังคงสภาพเดิม ชาวบ้านและหน่วยกู้ภัย จึงได้กรูเข้าไปอุ้มเอารูปหล่อออกมาจากกองเถ้าถ่าน แล้วเอามาตั้งไว้ที่ใต้ต้นไม้ข้างศาลา โดยชาวบ้านแต่ละคนต่างวิ่งไปเอาน้ำใส่ขันมาเทใส่รูปหล่อหลวงปู่ทิพย์ เพื่อคลายความร้อน พร้อมกับกราบไหว้เอามือลูบคลำเช็ดถูเอาเถ้าถ่านออก ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของชาวบ้านระงมทั่วบริเวณ

          หลังจากนั้นอีกประมาณ 5 นาที ได้มีรูปหล่อท่ายืนของ หลวงพ่อกลั่น เจ้าอาวาสอีกองค์ของวัดที่มรณภาพไปแล้วเช่นกันร่วงลงมาอีก เป็นรูปหล่อเนื้อทองสัมฤทธิ์เช่นเดียวกับหลวงปู่ทิพย์ แต่ถูกความร้อนของไฟหลอมละลายเหลือแต่เศียร ชาวบ้านบอกว่ารูปหล่อทั้งสององค์ตั้งอยู่คู่กัน

          สอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นเพลิงได้เริ่มลุกไหม้จากชั้นบนของศาลา ซึ่งช่วงนั้นพระสงฆ์ภายในวัดได้ออกไปบิณฑบาตทั้งหมด จากนั้นไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เรียกรถดับเพลิงมาช่วยดับ แต่ไม่ทันเพราะศาลาเป็นอาคารไม้ถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหลัง  
          จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับศาลาการเปรียญดังกล่าวเป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ และค่อนข้างเก่าแก่ เพราะจุดต้นเพลิงเป็นด้านบนของชั้นสอง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงทำให้ไฟลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม จะได้ประส านเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ มาทำการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้ง.