ข่าว

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

17 เม.ย. 2560

มาสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เป็นครั้งที่ 89 แล้ว และตั้งใจจะมาอีกเกือบทุกวัน

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

          วันที่ 17 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่าในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เวลา 05.00 น. ให้ประชาชนทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมารอเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งมีทั้งมาคนเดียว เป็นครอบครัว หมู่คณะ หลายคนยังถือโอกาสวันหยุดยาวเดินมากราบพระบรมศพท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

ชลิดา สุขประสาร-เทอดเกียรติ วงศ์สมบูรณ์

          นายเทอดเกียรติ วงศ์สมบูรณ์ อายุ 53 ปี นางชลิดา สุขประสาร อายุ 48 ปี สองข้าราชการครูโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ จ.สมุทรปราการ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวจาก จ.สมุทรปราการตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อมากราบสักการะพระบรมศพ โดยเปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพ เป็นความรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ได้ติดตามข่าวพระราชพิธีตลอด และได้เห็นคนไทยรักในหลวง ร.9 มากมายพร้อมใจกันมากราบพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด ก็รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมาโดยตลอด 
          "ประเทศไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ผมในฐานะที่เป็นครู แม้ว่าสอนวิชาคณิตศาสตร์ แต่ผมก็สามารถใช้วิชาชีพสอนให้กับเด็กๆ ให้รู้จักความพอเพียงตามปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงชี้ไว้ ให้รู้จักคิดประหยัดอดออม โดยภาพในใจของผมที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 คือภาพที่พระองค์เสด็จฯ ในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะขึ้นภูเขาหรือลงน้ำ ในทุกถิ่นทุรกันดารเพื่อช่วยเหลือราษฏรให้อยู่ดีกินดี" นายเทอดเกียรติ กล่าวด้วยความตื้นตัน

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

 นางโสมสินธ์ อินไผ่ (ขวามือ)

         นางโสมสินธ์ อินไผ่ อายุ 45 ปี คุณครูจาก จ.นราธิาส เดินทางมากราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมครอบครัวและเพื่อนรวม 5 คน กล่าวว่า ตัวเองใช้โอกาสในช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาวต่อเนื่องวันจักรีและเทศกาลสงกรานต์ขับรถออกจาก จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. แวะเที่ยวตามทางโดยมีจุดหมายที่ตั้งใจไว้คือเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งแรกรู้สึกตื้นตันใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสมากราบพระบรมศพพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ทรงดูแลประชาชนในประเทศอย่างดี ทรงเอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ในภาคใต้อย่าง จ.นราธิวาส ที่แต่ก่อนเสด็จฯ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เยี่ยมเยียนเป็นประจำทุกปี ตัวเองยังเคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ และรับสิ่งของพระราชทานจากพระหัตถ์ แต่เนื่องจากขณะนั้นอายุเพียง 5-6 ขวบ ยังไม่ค่อยรู้ความจึงจำรายละเอียดไม่ค่อยได้มากนัก นอกจากนี้ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ช่วยให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกมากอย่าง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ให้ความรู้เรื่องการเกษตรแก่ชาวบ้านนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ส่วนตัวประกอบอาชีพครูขอน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กินอิ่มแล้วก็ต้องรู้จักเก็บออม

เพราะพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 จึงมากราบเกือบทุกวัน

นางอรดา เชียงชัย

          นางอรดา เชียงชัย อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม อาชีพแม่บ้าน ได้เดินทางโดยรถประจำทางจากบ้านเกิดตอน 06.00 น. และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เวลา 11.00 น. โดยนางอรดา กล่าวภายหลังว่ามาสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เป็นครั้งที่ 89 แล้ว และก็ตั้งใจจะมาอีกเกือบทุกวันจนจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องมาแทบทุกวันนั้นมก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงทำเพื่อคนไทยทุกคน ที่ผ่านมาพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงชนชาวไทยมามาก จึงอยากจะมากราบพระบรมศพ พระองค์บ่อยๆ การยืนคอยระหว่างที่จะได้ขึ้นไปกราบพระบรมศพบางครั้งเคยใช้เวลายาวนานถึง 1 วันเต็มมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ย่อท้อเลยแม้แต่น้อย ถ้าเทียบกับสิ่งที่ในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศให้อยู่ดีกินดี
         "ประทับใจในทุกพระราชกรณียกิจ ของพระองค์ โดยเฉพาะภาพที่ท่านทรงงานแล้วพระเสโธไหล ดูภาพนี้ทีไรก็ร้องไห้ทุกที ท่านเป็นถึงพระราชาแทนที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย หากแต่พระองค์กลับทรงเหน็ดเหนื่อยและทรงงานหนักกว่าพระราชาประเทศอื่นหลายร้อยเท่า จากนี้ไปถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่ได้อยู่กับพวกเราอีกต่อไปแล้ว หากแต่พระองค์จะสถิตอยู่ในหัวใจของชาวไทยทุกคนตลอดไป และเราก็จะสานต่อเรื่องความพอเพียง ที่พระองค์ทรงวางแนวทางไว้ให้ นอกจากเราจะใช้ชีวิตอย่างพอเพียงแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังสอนให้ลูกหลานทุกคนใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ใช้จ่ายเท่าที่มี ไม่อยากได้ของที่เกินตัว อันจะก่อให้เกิดหนี้สิน ให้ดูในหลวง ร.9 เป็นแบบอย่าง พระองค์เป็นถึงพระราชาหากแต่กลับทรงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และสมถะ" นางอรดา กล่าวทั้งน้ำตา