ข่าว

เตรียมแนวทาง ส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถบน"ทางเท้า"

เตรียมแนวทาง ส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถบน"ทางเท้า"

17 เม.ย. 2560

กทม.เตรียมประชุมกำหนดแนวทาง ส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถบน"ทางเท้า" ได้ส่วนแบ่งค่าปรับ 50%

          17 เม.ย.60-นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ รองโฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่กทม. ให้ประชาชนส่งเบาะเเสผู้กระทำความผิดขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยจะมีการแบ่งค่านำจับด้วยครึ่งหนึ่ง ว่า ตามกระแสข่าวที่ออกไปนั้นถูกต้องในหลักการ ซึ่งประชาชนจะต้องนำหลักฐานผู้กระทำความผิดไปแจ้งต่อสำนักงานเขตในพื้นที่นั้นๆ แต่กระบวนการจากนี้จะชัดเจนอย่างไร ในเบื้องต้นกทม.ต้องขอประชุมเพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการ และจะแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 

                       เตรียมแนวทาง ส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถบน"ทางเท้า"

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายณัฐนันท์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน ว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประชาชนผู้ใดพบผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้ใด (2) จอด หรือ ขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้า เว้นแต่เป็นการจอดหรือขับขี่เพื่อเข้าไปในอาคารหรือมีประกาศของเจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันให้จอดหรือขับขี่ได้และมีบทกำหนดโทษอยู่ในมาตรา 56 ที่ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท สามารถส่งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่เทศกิจในเขตท้องที่นั้นๆ หรือผ่านทางศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กทม.1555 ได้ทันที โดยใช้หลักฐาน อาทิ รูป หรือ คลิปวีดีโอที่มองเห็นเลขทะเบียนรถชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐาน และหากเป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ต้องเห็นหมายเลขเสื้อและวินที่สังกัด เพื่อนำไปเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อเปรียบเทียบปรับได้ ซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดแล้ว เขตจะทำหนังสือไปยังประชาชนที่แจ้งข้อมูลดังกล่าวเข้ามาเพื่อรับค่านำจับจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าปรับต่อไปตามมาตรา 48 วรรคสาม

                   เตรียมแนวทาง ส่งหลักฐานขับขี่-จอดรถบน"ทางเท้า"

          "ที่ผ่านมา ประชาชนอาจยังไม่ทราบว่า หากแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมกับมีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อนำไปสู่กับจับกุมผู้กระทำความผิดนั้นจะได้รับค่านำจับด้วยครึ่งหนึ่ง จึงเป็นลักษณะของการร้องเรียนโดยไม่ได้มีหลักฐานเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ได้รับค่านำจับ และในส่วนของค่าปรับนั้นต้องเข้าใจว่า ไม่ใช่จับครั้งแรกแล้วปรับ 5,000 บาททันที แต่จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการบันทึกประวัติผู้กระทำผิดไว้ หากทำผิดครั้งแรกอาจจะปรับ 1,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับ 2,000 บาท ครั้งที่ 3 อาจเพิ่มเป็น 5,000 บาท เป็นต้น"นายณัฐนันท์ กล่าว