ข่าว

"ชทพ." ไม่ขัด กติกาในร่างกม.พรรค ห่วงพรรคเล็กจะแย่

"ชทพ." ไม่ขัด กติกาในร่างกม.พรรค ห่วงพรรคเล็กจะแย่

16 เม.ย. 2560

"แกนนำ ชทพ." รับได้ กติกาใหม่ ในร่าง กม.พรรค ชี้เตรียมพร้อมรอวันเลือกตั้ง ห่วง "พรรคเล็ก" ส่อมีปัญหา

                  16 เม.ย. 60 - นายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นสาระในบทเฉพาะกาล ของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาที่ให้พรรคการเมืองต้องปรับตัวก่อนการเลือกตั้ง ว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่สามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขที่ร่างกฎหมายกำหนดได้ แต่ตนกังวลในส่วนของพรรคการเมืองขนาดเล็กที่จะมีปัญหาต่อการปฏิบัติในขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงเงื่อนไขต่อประเด็นการส่งบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งที่กำหนดให้ต้องผ่านการคัดสรรจากตัวแทนสาขา หรือตัวแทนพรรคในจังหวัดต่างๆ  นอกจากนั้นแล้วในกรณีที่บทเฉพาะกาลระบุให้พรรคต้องจัดประชุมเพื่อกำหนดนโยบาย, คำประกาศอุดมการณ์ และเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 180 วันหลังจากที่พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้นั้น เป็นประเด็นสำคัญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องยกเลิกประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวกับการห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมใดๆ โดยทันทีเพราะหากปล่อยเวลาให้ช้าออกไป อาจกระทบต่อการเตรียมงานของพรรคการเมืองตามที่กฎหมายใหม่บัญญัติไว้ได้ และคสช. อาจถูกโจมตีได้
    
                 "สิ่งที่พรรคการเมืองกำลังจับตา คือ จะเลือกตั้งอย่างไรมากกว่า จะปรับตัวได้ทันหรือไม่ จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งตามเงื่อนไขที่กติกาใหม่กำหนดได้ครบหรือไม่ รวมถึงการเลือกตั้งจะจัดได้อย่างยุติธรรม เป็นธรรมหรือไม่  ขณะที่พรรคการเมืองขนาดเล็กอาจมีความกังวลต่อประเด็นของทุนที่ใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งจะสัมพันธ์กับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ต้องส่งครบทุกเขตหรือไม่ หากส่งสมัครน้อยอาจมีผลกระทบ หากมีเงินทุนน้อย การส่งสมัครก็ทำไม่ได้ทุกเขต และหากจะส่งทุกเขตก็ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก" นายนิกร กล่าว 

 

               นายนิกร กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเข้าสู่กระบวนการตราร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเป็นกฎหมายหลังจากที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งเนื้อหาในวันที่ 18 เม.ย. นั้น เชื่อว่าเนื้อหาจะไม่ถูกปรับเปลี่ยนไปมากนัก เพราะรายละเอียดนั้นถูกกำหนดกรอบใหญ่ไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ส่วนกรณีที่ สนช. อาจไม่เปิดเวทีหรือรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก ตนมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะที่ผ่านมา กรธ. รวมถึงกรรมการของสนช. ขอให้พรรคการเมืองส่งความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ระหว่างการจัดทำร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวแล้ว โดย กรธ.ส่วนกรณีที่อาจถูกมองว่าจัดรับฟังความเห็นที่ไม่ครบทุกพรรคการเมือง เพราะชั้นรับฟังความเห็นเลือกเชิญเฉพาะพรรคการเมืองที่มีส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรนั้น อาจเป็นไปได้ แต่ความเห็นส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะการรับฟังความเห็นไม่ใช่จะนำทุกความเห็นบัญญัติเป็นกฎหมายได้.