
กรธ. วาง6สเต็ป-6เดือน ให้ "พรรค" ปรับเข้ากติกาใหม่
"มีชัย"ย้ำกม.พรรค สร้างความเท่าเทียม เผย เนื้อหาบทเฉพาะกาล ร่างกม.พรรค กำหนด6เรื่อง-6เดือนให้ พรรคต้องปฏิรูป ไม่ทำ ตัดเงินสนับสนุน-ไม่เสร็จภายใน3ปี สิ้นสภาพ
16 เม.ย. 60 - นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงสาระของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ปรับปรุงและเตรียมส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 18 เม.ย. นี้ว่า กรธ. ได้ปรับเนื้อหาเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างพรรคการเมืองที่มีอยู่ในระบบ และพรรคการเมืองที่จะเกิดใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกัน ทั้งประเด็นของการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขณะที่เนื้อหานั้นส่วนใหญ่ยังคงรูปแบบเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เป็นเงื่อนไขให้พรรคการเมืองในระบบต้องปรับปรุงเพื่อเตรียมตัวตามกฎหมายใหม่ก่อนลงเลือกตั้งนั้น มีสาระสำคัญ คือ 1.ให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งเป็นพรรคการเมืองอยู่ก่อนหน้า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ คงเป็นพรรคการเมืองและให้กรรมการบริหารพรรคปฏิบัติหน้าที่ต่อ ขณะที่สมาชิกพรรคตามที่ปรากฎในทะเบียนสมาชิกที่พรรคการเมืองจัดทำถือเป็นสมาชิกพรรคเช่นเดิม, 2. ให้พรรคแจ้งรายการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกตามจริงที่เป็นปัจจุบันต่อ กกต. ภายใน 90 วัน หรือ 3 เดือน, 3.ให้พรรคที่มีสมาชิก ไม่ถึง 500 คนต้องหาสมาชิกให้ครบจำนวน ภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน, 4.ให้แจ้งทรัพย์สินหรือเงิน ซึ่งใช้เป็นทุนประเดิม ต่อ กกต. หรือให้พรรคจัดหาทุนประเดิมพรรค จำนวน 1 ล้านบาท ภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน, 5.ให้สมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน ต้องชำระค่าบำรุงพรรค ซึ่งกำหนดอัตราไม่น้อยกว่า 50 บาท ภายใน 180 วันหรือ 6เดือน และเมื่อครบกำหนดให้แจ้งต่อกกต. พร้อมแสดงหลักฐานแสดงการชำระค่าบำรุงพรรค ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ภายใน 1 ปี ต้องให้พรรคเก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิก ไม่น้อยกว่า 5,000 คน
6.ภายใน 180 วันหรือ 6เดือน พรรคต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับและทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง, นโยบายให้ถูกต้องตามที่พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับใหม่กำหนดรวมถึงกระบวนการเลือกหัวหน้าพรรค, กรรมการบริหารพรรค และการเลือกหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 4 สาขาผ่านกระบวนการที่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดไม่น้อยกว่า 3 คนต้องร่วมประชุม, ลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค, 7.ภายใน 180 วันหรือ 6 เดือน พรรคต้องตั้งสาขาพรรค ในภาคละ 1 สาขา และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด
"ทั้งนี้ในบทเฉพาะกาลยังกำหนดให้พรรคการเมืองขอขยายเวลาการทำกิจกรรมทั้ง 6 ข้อดังกล่าวได้ตามที่จำเป็นต่อกกต.ได้ แต่ต้องมีเวลารวมไม่เกิน 3 ปีของระยะเวลาในกระบวนการ ส่วนการจะได้ขยายตามคำร้องหรือไม่ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของกกต. ซึ่งหากมีข้อโต้แย้งในประเด็นดังกล่าวให้พรรคการเมืองยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ได้กำหนดบทลงโทษด้วยว่าหากพรรคไม่สามารถทำกระบวนการให้แล้วเสร็จได้ ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพ นอกจากนั้นแล้วยังกำหนดเงื่อนไขด้วยด้วยว่าระหว่างเวลาที่พรรคปรับกระบวนการไม่เสร็จ จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมือง"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่กระบวนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ ในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ผ่านคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครนั้น ตามบทเฉพาะกาลได้กำหนดรายละเอียดไว้ คือ กรณีพรรคการเมืองที่จดจัดตั้งใหม่ตามกฎหมายใหม่ และยังไม่มีสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปรนะกอบด้วย กรรมการบริหารพรรคการเมือง จำนวน 4 คน และตัวแทนสมาชิกที่มีแต่ละภาค จำนวน 7 คน ดำเนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามในประเด็นที่มีพรรคการเมืองหรือบุคคลที่ถูกตรวจสอบว่ากระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง หรือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2550 นั้นให้ถือว่าการตรวจสอบการกระทำผิดนั้นยังมีผลบังคับใช้ โดยไม่ยกประโยชน์แห่งกฎหมายใหม่ให้กับบุคคลที่ตรวจสอบความผิด ขณะที่ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ถือว่าต้องรับโทษไปจนกว่าจะครบระยะเวลาที่ถูกลงโทษ.



