
ปชช.กราบพระบรมศพด้วยสำนีกในพระมหากรุณาธิคุณ
ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เป็นวันที่ 165
บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 165 ประชาชนที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงเดินทางมาร่วมถวายความจงรักภักดีอย่างต่อเนื่อง
นางสาวปาณิสรา-นางสาวพรสินีรัฐ อุดมศิลป
นางสาวปาณิสรา อุดมศิลป อายุ 54 ผู้จัดการฝ่ายขายเครื่องมือวิทยาศาสตร์ บริษัทเอกชน และ พี่สาว นางสาวพรสินีรัฐ อุดมศิลป อายุ 59 ปี เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งที่สอง เผยว่า ในหลวงสอนเรื่องความพอเพียง ถือเป็นจุดที่สำคัญมาก ทุกคนไม่เฉพาะแค่คนไทยแต่รวมถึงคนทั่วโลกสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ ต่อไปถ้าเราใช้ความพอเพียงได้กันทุกคน ทั่วโลกจะพบความสันติสุข คนถ้าไม่ใช้ความพอเพียงย่อมจะมีกิเลส มีความโลภต่างๆ นานา ทุกวันนี้ที่บ้านเมืองไม่มีความสงบสุข เพราะประชาชนไม่ได้ใช้หลักปรัชญาของพระองค์ท่าน
“ที่มาครั้งนี้เพราะมีความระลึกถึงพระองค์ มาด้วยความคิดถึง มาด้วยความจงรักภักดีในหลายสิ่งที่พระองค์ท่านทรงสอน ทำให้มากจนไม่สามารถบรรยายได้หมดในตอนนี้ ซึ่งหลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านพระราชกรณียกิจ จะทราบดีว่า ทรงเป็นจุดรวมของทุกๆ คน เพราะฉะนั้นทุกคนย่อมโศกเศร้าเมื่อพระองค์จากไป ความดีของพระองค์ยังคงอยู่ในใจประชาชนคนไทยตลอดไป และเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะคิดถึงพระองค์ท่านเช่นเดียวกัน
เช่นเดียวกับ นางสาวพรสินีรัฐ อุดมศิลป กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปรียบเสมือนเป็นพ่อเป็นครูบาอาจารย์ของประชาชน ที่สอนให้เราดำเนินชีวิต แนะนำเรื่องทำหากินในการสร้างสรรค์ทุกชีวิต คำว่าพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงสอน พอกิน พอใช้ พอดี ไม่ต้องโลภ ไม่ต้องมักมาก ตัวเองเป็นประชาชนไทยคนหนึ่งที่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ดังนั้นในวันนี้จึงตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และซาบซึ้งรักพระองค์ท่านมากๆ
“เมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตมีความเสียใจอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดมาในรัชสมัยของพระองค์ท่าน ตั้งแต่เล็กเห็นท่านทำงานดูแลประชาชนตลอด ยอมรับว่าท่านทรงเหนื่อยเพื่อประชาชน เปรียบกับประเทศอื่นในโลกแล้ว หาพระมหากษัตริย์แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว พระองค์ท่านรักประชาชนมากๆ แล้วเราจะไม่รักพระองค์ท่านได้อย่างไร ที่มาวันนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งจริงๆ แล้วอยากจะมามากกว่านี้ แต่เพราะติดที่ร่างกายไม่แข็งแรง พอหายป่วยจึงรีบชวนน้องสาวมาสักการะพระบรมศพทันที” นางสาวพรสินีรัฐ เผยความในใจหลังจากขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ
นางเบญจมาศ รณรงค์ (ขวาสุด)
นางเบญจมาศ รณรงค์ อายุ 45 ปี เกษตรกรสวนยางพารา จ.นครศรีธรรมราช เดินทางมาพร้อมญาติพี่น้อง กล่าวว่า ตัวเองมีโอกาสมากราบครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกมากับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ที่ทางจังหวัดจัดให้เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยถือเอาช่วงวันหยุดที่คนในครอบครัวว่างตรงกันมากราบอีกครั้ง เพราะบางคนยังไม่เคยมา ตัวเองในฐานะที่เคยมาแล้วก็จะทราบถึงถนนหนทาง เส้นทางที่จัดให้รอคิว การเดินไปรอรถ หรือระเบียบการเข้ากราบพระบรมศพอยู่แล้ว จึงสามารถแนะนำญาติๆ ได้อย่างถูกต้อง
วันนี้มารอเข้าแถวตั้งแต่หกโมงกว่าและได้เข้ากราบช่วงแปดโมง ถือว่ารอไม่นานมากนัก แต่หากต้องรอนานกว่านี้ก็ทนได้ เพราะเราตั้งใจมาอยู่แล้ว เพื่อเป็นบุญแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล หากคิดถึงชีวิตของเราก็คงไม่มีโอกาสได้เข้ามาในรั้วในวังแบบนี้ และเมื่อได้เข้าไปกราบรู้สึกตื้นตันใจ ปลื้มใจมาก และตั้งใจที่จะปฏิบัติตัวตามคำสอนของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะเราเป็นเกษตรกรจึงนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ อยู่อย่างพออยู่ พอกิน และการใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี อีกทั้งระหว่างปลูกยางพารารุ่นใหม่ที่ยังกรีดยางไม่ได้ ก็ปลูกอ้อยเสริมคั่นระหว่างต้นยางพารา ทำให้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวโดยไม่ต้องรอแค่การขายยางพาราเพียงอย่างเดียว ชีวิตครอบครัวดีขึ้น นอกจากนี้ยังตั้งใจทำดำรงเป็นคนดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และบอกต่อลูกหลานให้รู้จักและรักในหลวง เหมือนที่คนรุ่นหลังรักและเทิดทูนพระองค์ท่านด้วย



