ข่าว

"6กรรมการ"บ.ข่ายซินแสโชกุนให้ปากคำกองปราบยันความบริสุทธิ์

"6กรรมการ"บ.ข่ายซินแสโชกุนให้ปากคำกองปราบยันความบริสุทธิ์

15 เม.ย. 2560

6กรรมการ บริษัทข่ายซินแสโชกุน ให้ปากคำกองปราบ ยันความบริสุทธิ์  ตร.ชี้ความผิดยังไม่ถึง ม.112  จ่อหมายจับอีก 8 คน ถูกคุมตัวใน มทบ.11

 


          จากกรณีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดเหตุนักท่องชาวไทยติดค้างอยู่ที่สนามบินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ตามที่บริษัทขายตรงบริษัทหนึ่งได้กล่าวอ้างว่าจะพาสมาชิกไปท่องเที่ยว ต่อมาตำรวจได้จับกุม น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ ซินแสโชกุน อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นกรรมการบริหารบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.939/2560 ลงวันที่ 12 เมษายน2560 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ได้ที่จ.ระนอง จากนั้นได้ควบคุมตัวไปผลัดฟ้องฝากขังที่ศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ก่อนถูกส่งตัวไปที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา

          ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 เมษายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพนธ์ ม่วงมณี อายุ 59 ปี พร้อมด้วย น.ส.ธัญวลัย น้ำแก้ว อายุ 49 ปี นายพลกฤต ตะกระจ่าง อายุ 49 ปี น.ส.ภัสจนันท์ ฟองเฟื่องฟ้า อายุ 62 ปี นายศาทิตย์ งามประภาพร อายุ 56 ปี และน.ส.สิริธนัตถ์ รติวสุธัญกุล อายุ 63 ปี รวม 6 คน ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทเวลท์ เอฟเวอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 88/6 หมู่ 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังพบว่าทั้ง 6 คนมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าว โดยทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. และคณะทำงาน รวมทั้ง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมสอบปากคำทั้งหมดด้วยตนเองที่ห้องประชุมชิวปรีชา บก.ป.

          ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำกรรมการทั้ง 6 คน ซึ่งทั้งหมดรับว่าเป็นกรรมการของบริษัทดังกล่าวจริง อีกทั้งยังเป็นผู้เสียหายที่ร่วมทำธุรกิจกับบริษัทดังกล่าว โดย น.ส.ธัญวลัย หนึ่งในกรรมการบริษัท เวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ได้นำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนก็ได้รับการชักชวนจากซินแสโชกุน ให้สมัครสมาชิกกับบริษัทแห่งนี้ เพื่อซื้ออาหารเสริม ซึ่งตนนับเป็นสมาชิกรุ่นแรก เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ต่อมาจึงถูกชวนให้ร่วมเป็นกรรมการบริษัทเพื่อบริหารงานเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการเชิญด้วยปากเปล่า ไม่มีเอกสารแต่งตั้งเป็นทางการ ซึ่งตนก็ไม่ได้นำเงินมาลงทุน และยังไม่เคยได้รับผลตอบแทนในส่วนการเป็นกรรมการแต่อย่างใด ทั้งนี้บริษัทดังกล่าวมีคณะกรรมการรวม 12 คน แต่ยอมรับว่าครั้งแรกที่ซินแสโชกุนมาชวนนั้น ระบุว่า จะมีผลตอบแทนปันผลให้ในอนาคต หากว่าบริษัทมีกำไร อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการประชุมผู้บริหารบริษัท และไม่เคยมีการเรียกพนักงานหรือแม่ข่ายคนใดเข้าอบรมแนะนำสินค้าเหมือนธุรกิจขายตรงอื่นๆแต่อย่างใด

          น.ส.ธัญวลัย กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกง ก่อนที่วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ จะได้ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะสั่งซื้อสินค้าและสะสมคะแนนครบตามยอดที่ทางบริษัทกำหนดไว้ คือ 8,830 บาท ซึ่งการเที่ยวตลอดทริปไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเลย ถือเป็นราคาที่ถูกมาก โดยซินแสโชกุน อ้างว่า การไปเที่ยวดังกล่าวนั้นเป็นโปรโมชั่น และเงินส่วนต่างที่เหลือนั้นได้มาจากงบด้านการโฆษณามาใช้ดูแลตลอดทริป อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวแล้ว ทุกคนจะต้องถ่ายภาพคู่กับสินค้าเพื่อใช้ในการโปรโมทบริษัทต่อไป โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด

          “ขอยืนยันว่าซินแสโชกุน ไม่ได้บังคับให้ต้องหาสมาชิกหรือเครือข่ายต่ออีก และไม่ได้มีการจัดอบรมโฆษณา ถึงเรื่องสรรพคุณของสินค้าบริษัท มีเพียงการชักชวนกันแบบปากต่อปาก ซึ่งหากมีสมาชิกเพิ่มเข้ามา ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ และดิฉันก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกัน เพราะถูกลอยแพที่สนามบินสุวรรณภูมิ” น.ส.ธัญวลัย กล่าว

          ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับกรรมการบริษัทดังกล่าวทั้ง 6 ราย โดยเป็นเพียงการสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากขณะนี้ยังต้องมีการสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อมูลและข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี และเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับซินแสโชกุน โดยจากสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้งหมดมีการสมัครสมาชิกกับบริษัทเพื่อซื้อสินค้าอาหารเสริม แต่มีเพียง 1 คน ที่ได้รับสินค้าครบจำนวน ดังนั้นจึงเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงอยู่แล้ว ส่วนการพิจารณาดำเนินคดีกับซินแสโชกุน ในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้งข้อหาอื่นๆ นั้น ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งรวมถึงการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติมด้วย

          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียหายในคดีนี้ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ บก.ป.รวมแล้วกว่า 200 คน รวมมูลค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยเชื่อว่าทั่วประเทศน่าจะมีผู้เสียหายรวมกว่า 1,000 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตามทางผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ เพราะสำนวนจะนำมารวมกันอีกครั้งที่กองปราบฯ และหากสถานีตำรวจใดไม่รับแจ้งความจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้แจ้งมาที่ตนได้ทันที

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน ยังคงมีผู้เสียหายทยอยกันเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับซินแสโชกุน อย่างต่อเนื่อง

          ขณะที่พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า จากพฤติการณ์เบื้องต้นของซินแสโชกุน นั้น ยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่วนการดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้แน่นหนา และยังคงมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อเนื่อง

          ด้าน พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายน นี้ ทางพนักงานสอบสวนจะไปขออำนาจศาล เพื่อออกหมายจับบุคคล อีก 8 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบก ที่ 11 ( มทบ.11) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งวันที่ 18 เมษายน ทหารจะนำตัวทั้ง 8 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหา ก่อนนำฝากขังศาลอาญาต่อไป จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 50 ล้านบาท

          ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เฮเลน - ชุติมณฑ์ ศรีเทพ ที่ถูกนำภาพไปปรากฏบนใบโฆษณาทริปไปเที่ยวโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ของบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด นั้น ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกง หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดกับซินแสโชกุนแต่อย่างใด รวมทั้งยังให้ข้อมูลว่า เมื่อครั้งเดินทางไปเที่ยวทริปฮ่องกงกับซินแสโชกุนนั้น มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชาวฮ่องกงรายหนึ่งที่เป็นหัวหน้าซินแสโชกุน ซึ่งสอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ซินแสโชกุนเคยให้ข้อมูลกับตำรวจและสื่อมวลชนว่า มีนายทุนเป็นชาวฮ่องกง ที่จะคอยจัดการเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน และจัดที่พักให้ในทุกๆ ทริปที่ต้องเดินทางไป

           ขณะที่ นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของซินแสโชกุน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมซินแสโชกุน ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเตรียมเข้าเยี่ยมในช่วงเช้าวันที่ 18 เมษายน นี้ ซึ่งเป็นวันเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก เพื่อพูดคุยถึงความชัดเจนและแนวทางในการต่อสู้คดี รวมถึงการจัดเตรียมหลักทรัพย์ที่จะใช้ในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากหลักทรัพย์ที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ มณฑลทหารบก ที่ 11 (มทบ.11) ซึ่งเป็นญาติและบุคคลใกล้ชิดของซินแสโชกุน นั้น มีกลุ่มญาติบางส่วนพยายามติดต่อขอเข้าเยี่ยม แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอยู่ในการควบคุมตามคำสั่ง คสช.