
ไอเอสในอัฟกานิสถาน อันตรายขนาดไหน
ไอเอสในอัฟกานิสถาน แข็งแกร่งขนาดไหน เป็นภัยคุกคามอย่างไร จนสหรัฐประเดิมทิ้งบอมบ์ยักษ์
กลุ่มไอเอสเริ่มเข้าไปปักหลักในอัฟกานิสถานด้วยการประกาศตั้งสาขาชื่อว่า โคราซาน ซึ่งเป็นชื่อเก่าใช้เรียกอัฟกานิสถานทางตะวันออกและพื้นที่โดยรอบเมื่อต้นปี 2558 จากนั้น สามารถขยายพื้นที่และได้รับการสนับสนุนอย่างรวดเร็ว โดยมากจากหนุ่มๆอัฟกันที่เอาใจออกห่างตอลีบันและทางการ ขณะสหประชาชาติระบุว่า “เงิน” เป็นอีกปัจจัยของการเข้าไปร่วมกับไอเอสในอัฟกานิสถาน ประเทศที่มีอัตราว่างงานแตะ 40%
ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น ไอเอสเข้าไปมีตัวตนในอย่างน้อย 5 จังหวัด รวมถึงเฮลมานด์ ซาบุล ฟาราห์ โลการ์ และนันกาฮาร์
นับเป็นครั้งแรกที่กองกำลังสุดโต่งสยายปีกนอกโลกอาหรับ และเป็นกลุ่มติดอาวุธกลุ่มแรกที่ท้าทายขาใหญ่อย่างตอลีบันโดยตรง
เริ่มแรกเป้าหมายของไอเอสคือผลักดันนักรบตาลีบันอัฟกันออกไป และหวังต่อไปว่าจะขับไล่พวกอัลไกดา พันธมิตรของตอลีบันออกจากพื้นที่ชายแดนติดกับปากีสถาน หรือไม่ก็ดึงนักรบอีกฝ่ายมาเป็นพวก แต่ต่อมาก็พบว่าการสร้างฐานการเมืองและการสนับสนุนจากชนเผ่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไอเอสกลับสร้างศัตรูทุกหัวระแหงโดยเฉพาะตอลีบันอัฟกัน
ตอลีบันเป็นสุหนี่เหมือนกับไอเอส แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น สองฝ่ายห้ำหั่นกันกระทั่งมีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว แต่สองกองกำลังนี้ยังคงไม่ได้ร่วมมือกันเพียงแต่มีศัตรูร่วมกัน
ครึ่งแรกของปี 2558 ไอเอสสามารถยึดพื้นที่กว้างใหญ่ในจังหวัดนันกาฮาร์ ทางตะวันออก และกลายเป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัย ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ คือใกล้พื้นที่ชนเผ่าของปากีสถาน เคหะสถานของผู้นำระดับสูงไอเอส คอราซาน และเป็นพื้นที่ของชาวมุสลิมที่ปฏิบัติตนตามการตีความอิสลามของไอเอส นอกจากนี้ไอเอสยังพยายามรุกเข้าไปปักหมุดทางเหนือ โดยหวังเชื่อมต่อกับเอเชียกลาง รวมถึงชาวเชเชน และชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ในจีน
แต่ทางใต้และตะวันตกเจอปฏิบัติการสกัดกั้นแทบไม่เหลือพื้นที่จากตอลีบันอัฟกัน จากกองกำลังนาโต/สหรัฐและกองทัพอัฟกัน ทั้งยังสูญเสียดินแดนทางตะวันออกไปบ้าง กระนั้นยังคุมหลายพื้นที่ของจังหวัดนันกาฮาร์ และคุนาร์อย่างมั่นคง
การประเมินความแข็งแกร่งของไอเอสในอัฟกานิสถานแตกต่างกันไป อีกทั้งนักรบเหล่านี้มักเปลี่ยนขั้วเลือกข้างบ่อยๆ จนบางครั้งก็ยากจะโทษกลุ่มไหนอยู่เบื้องหลังความรุนแรง
อย่างไรก็ตาม นับจากเริ่มเข้าไปเคลื่อนไหวในอัฟกานิสถาน ไอเอสสูญเสียนักรบหลายร้อยจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและการสู้รบภาคพื้นดินกับทหารอัฟกัน ทั้งยังเสียชีวิตอีกมากจากสู้รบกับตอลีบัน แกนนำไอเอสหลายสิบคน รวมถึงระดับผู้ก่อตั้งอย่าง ฮาฟีส ซาอิด ข่าน อดีตผู้บัญชาการตาลีบันปากีสถานและผู้ช่วยอีกหลายคน ถูกโดรนสหรัฐปลิดชีพ
(ไอเอสบึ้มฆ่าตัวตายใกล้กระทรวงกลาโหมในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 12 เมษายน มีผู้เสียชีวิต 5 คน)
ทางการอัฟกานิสถานประเมินว่า ไอเอสมีนักรบอยู่ราว 1,500 คน แต่นาโตประเมินระหว่าง 600-800 คน ส่วนมากฝังตัวอยู่ที่จังหวัดนันกาฮาร์ พื้นที่ที่ทหารสหรัฐและอัฟกันปฏิบัติการต่อต้านก่อการร้ายต่อกลุ่มโคราซานเป็นประจำ โดยสหรัฐเพิ่งสูญเสียทหารจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกไป 1 นายในเดือนนี้
พล.อ.จอห์น นิโคลสัน ผู้บัญชาการทหารสหรัฐและนาโตในอัฟกานิสถาน ประเมินเมื่อกุมภาพันธ์ว่าไอเอสมีกำลังอยู่ราว 1,000-1,500 คนในอัฟกานิสถาน และจำนวนลดลงราวครึ่งจากที่เคยประเมินว่ามี 3,000 คนเมื่อปีที่แล้ว และเชื่อว่าราว 70% เป็นนักรบจากกลุ่มทีทีพี หรือตาลีบันปากีสถาน โดยทะลักเข้าไปในอัฟกานิสถาน หลังจากถูกกองทัพปากีสถานปฏิบัติการกวาดล้างในพื้นที่ชนเผ่าวาซีริสถานเหนือเมื่อปี 2557 ขณะฝ่ายความมั่นคงอัฟกันยืนยันว่า นักรบ 80% ของไอเอส เป็นปากีสถาน ที่เหลือเป็นสมาชิกจากขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามอุซเบกิสถาน (ไอเอ็มยู) อดีตตาลีบัน หรือสมาชิกที่เกณฑ์มาใหม่
หลังเริ่มสูญเสียดินแดน ไอเอส โคราซาน เลียนแบบไอเอสในตะวันออกกลาง หันมาโจมตีแบบกองโจร เช่น ระเบิดฆ่าตัวตาย สังหารบุคคล และระเบิดแสวงเครื่อง ก่อเหตุโจมตีนองเลือดครั้งใหญ่หลายครั้ง โดยมากเกิดขึ้นในกรุงคาบูล เมืองหลวง อาทิ
-ปลอมตัวเป็นบุคลากรการแพทย์บุกยึดโรงพยาบาลในคาบูล สังหารเหยื่ออย่างน้อย 30 คนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
-สังหารเจ้าหน้าที่กาชาด 6 คนในเดือนกุมภาพันธ์
-วางระเบิดในมัสยิดชีอะห์ในคาบูลเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว เสียชีวิตกว่า 30
-ระเบิดฆ่าตัวตายสองลูกซ้อนในที่ชุมนุมประท้วงของมุสลิมชีอะห์ในกรุงคาบูล กรกฎาคม 2559 เสียชีวิตกว่ากว่า 80 คน
-สามเดือนจากนั้นโจมตีคล้ายกันสองครั้งในเทศกาลฉลองทางศาสนา สังหารเหยื่อ 30 คน
เหล่านี้ยังไม่นับรวมการโจมตีย่อยๆ ทั่วประเทศ การสังหารพลเรือน ผู้นำชนเผ่า นักวิชาการศาสนาที่คัดค้านอุดมการณ์สุดโต่ง
ไอเอสโคราซานยกระดับความรุนแรงและความโหดเหี้ยมแซงกลุ่มอื่นที่เข้าไปก่อนอย่างอัลไกดา ที่อย่างโหดสุดก็ถล่มด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย
คลิปวิดีโอไอเอสกระฉ่อนสุดเมื่อสิงหาคม 2558 แสดงภาพผู้นำชุมชนในเขตอาชิน จ.นันกาฮาร์ ถูกมัดผ้าปิดตา บังคับให้นั่งในหลุมเต็มไปด้วยระเบิด ก่อนระเบิดพวกเขาเป็นชิ้นๆ นอกจากนี้ไอเอสยังฆ่าตัดศีรษะ ลักพาตัวผู้หญิงและเด็กเหมือนกับสมุนไอเอสในตะวันออกกลาง
อีกด้านหนึ่งงานโฆษณาชวนเชื่อไอเอสก็เป็นไปอย่างเข้มแข็งทั้งทางอินเทอร์เน็ตและวิทยุ พวกเขามีบัญชีทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และส่งกระจายเสียงผ่านสถานีวิทยุเอฟเอ็ม “เรดิโอ คอลิฟะ” ในนันกาฮาร์มาตั้งแต่ธันวาคม 2558 รับฟังได้ที่นันกาฮาร์ จ.คุนาร์ และพื้นที่ใกล้เคียงในปากีสถาน สถานีวิทยุแห่งนี้เคยถูกสหรัฐถล่มทางอากาศ แต่กลับมาส่งกระจายเสียงได้ใหม่ในเวลาไม่กี่สัปดาห์
การเข้าไปขยายพื้นที่ของไอเอส เป็นอีกปัญหาท้าทายของกองทัพอัฟกัน ที่เดิมก็รับศึกหนักอยู่แล้วจากตอลีบัน กองกำลังสุดโต่งที่คุมพื้นที่ราว 1 ใน 3 กระนั้น ความขัดแย้งนองเลือดอัฟกานิสถานแม้ดำเนินมานานเกือบ 4 ทศวรรษ อย่างน้อยก็ไม่ค่อยมีปัญหาความรุนแรงอันเกิดจากความแตกต่างทางนิกายเหมือนกับที่เกิดในประเทศอื่น แต่ไอเอสเข้ามาจุดสงครามนิกายระหว่างมุสลิมสุหนี่ ชนส่วนใหญ่ของประเทศ กับชนกลุ่มน้อยชีอะห์ แบบเดียวกับที่พยายามทำในซีเรียและอิรัก เพราะชีอะห์สำหรับไอเอสคือพวกนอกรีต และการโจมตีชีอะห์ทำให้ความขัดแย้งทวีความซับซ้อนมากขึ้นไปอีก
ที่มา BBC CNN



