ข่าว

โฆษก"เพื่อไทย"ยื่นหนังสือผบ.ตร.สอบ"ศิริโชค"

โฆษก"เพื่อไทย"ยื่นหนังสือผบ.ตร.สอบ"ศิริโชค"

04 ก.ย. 2552

โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงผบ.ตร. ตรวจสอบสัญชาติ "ศิริโชค" ระบุให้เวลาดำเนินการ หากไม่คืบจะดำเนินคดี ผบ.ตร. ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่

(4ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ( ตร.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางยื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ตรวจสอบสัญชาติ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เพิ่มเติม โดยมี พ.ต.อ.สุทธินาท สุดยอด รองเลขานุการตร. เป็นผู้รับเรื่อง
 
 นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมและภูมิหลังของนายศิริโชค ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายกฯ กรณีแทรกแซง ก้าวก่ายการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และได้กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจระดับสูงซื้อขายตำแหน่ง โดยในจดหมายดังกล่าวตนได้ขอให้ตรวจสอบสัญชาติของนายศิริโชค รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายอาญาของ นายศิริพจน์ โสภา พี่ชายนายศิริโชค นอกจากนี้หลังจากนั้นตนได้รับเชิญให้ไปออกรายการทางโทรทัศน์ช่อง 3 เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่งนายศิริโชคได้นำสูติบัตรมาแสดง และยอมรับว่าบิดาเป็นคนสัญชาติลาว ตนได้ขอสำเนาสูติบัตรไปตรวจสอบแต่ได้รับการปฏิเสธ
 
 “เรื่องสัญชาติของส.ส.เป็นเรื่องสำคัญ เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะสมัครส.ส.ได้นั้น จะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่เอกสารที่เกี่ยวข้องกับนายศิริโชคส่อให้สงสัยว่าเป็นผู้สัญชาติไทยด้วยการเกิดหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เพราะหากพบว่านายศิริโชค ไม่มีสัญชาติไทยโดยการเกิดแล้ว ก็ไม่มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ซึ่งการเป็นส.ส.ทั้ง 3 ครั้ง ย่อมเป็นอันเสียไป ซึ่งต้องคืนค่าตอบแทนและประโยชน์ต่างๆ ให้กับรัฐทั้งหมด ผบ.ตร.ในฐานะเจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก เพื่อให้ได้มาถึงข้อเท็จจริง ซึ่งจะให้เวลาดำเนินการ แต่หากเพิกเฉย ตนก็จะดำเนินคดีผบ.ตร.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มายื่นหนังสือให้ผบ.ตร.ตรวจสอบสัญชาตินายศิริโชค เพราะไม่เชื่อมั่นการตรวจสอบของกกต.ใช่หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าตนไม่เชื่อมั่นการทำงานของกกต. แต่การสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ได้มีการขอดูสูติบัตร และ ใบส.ด.9 หรือมีการตรวจสอบในเชิงลึก นอกจากนี้ตนอยากให้ตรวจสอบการไปศึกษาต่อต่างประเทศของนายศิริโชค ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงจริงหรือไม่ เนื่องอ้างว่าที่มาทำบัตรประชาชนตอนอายุ 22 ปี เพราะไปศึกษาต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุ 10 ขวบ