ข่าว

ประชาชนสักการะพระบรมศพเนืองแน่น

ประชาชนสักการะพระบรมศพเนืองแน่น

15 เม.ย. 2560

ประชาชนทั่วสารทิศต่อแถวสักการะพระบรมศพเนืองแน่นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว


     สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว 

ประชาชนสักการะพระบรมศพเนืองแน่น ครอบครัวมุทธากลิน
     ครอบครัว "มุทธากลิน" นำโดยนายคมกฤษณ์ เดินทางมาพร้อมกับภรรยา นางพชรวรรณ และลูกสาว นางสาวพุทธิภัคย์ จากบ้านพักย่านรังสิตด้วยรถประจำทางบริการฟรีตั้งแต่เวลา 06.00น.โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงจึงได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ
   "วันนี้ทุกคนในครอบครัวหยุดพร้อมกันจึงตั้งใจมากราบพระบรมศพในหลวง ร.9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอนที่พระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพมีโอกาสได้ชื่นชนพระบารมีหลายครั้งในวันจักรี ขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชที่สะพานพุทธ เมื่อก่อนบ้านผมอยู่แถวปากคลองตลาดซึ่งเป็นเส้นทางที่พระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินผ่านจึงมีโอกาสได้รับเสด็จฯพระองค์ท่านทุกปี นอกจากนี้ยังติดตามข่าวในพระราชสำนักตอน 2 ทุ่มทุกคืนทำให้รู้ว่าพระองค์ทรงอุทิศตนเพื่อประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง ทุกวันนี้ตัวผมเองยังได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้ในเรื่องความพอเพียง ความมัธยัสถ์ ไม่สุรุ่ยสุร่าย สิ่งใดจำเป็นต้องซื้อก็ซื้อ และใช้ให้หมดก่อนถึงจะซื้อชิ้นใหม่" หัวหน้าครอบครัว "มุทธากลิน"กล่าว

ประชาชนสักการะพระบรมศพเนืองแน่น นางชฎารัตน์ สุนทรินทร (ขวา)
     นางชฎารัตน์ สุนทรินทร อายุ 59 ปี อาชีพครู โรงเรียนวัดสันตยาราม จ.นครนายก เดินทางจากภูมิลำเนา อ.หินกอง จ.สระบุรี พร้อมด้วยน้องสาวสองคน น.ส.อรอนงค์ โพธิ์ณะชาติ อายุ 57 ปี พนักงานการเงินและการบัญชี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนางมลฤดี เกิดเกตุ อายุ 55 ปี ครูศูนย์เด็ก อบต.ห้วยทราย จ.สระบุรี โดยขับรถยนต์ส่วนตัวมาถึงบริเวณท้องสนามหลวงราว 7 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้สักการะพระบรมศพสมความตั้งใจ
     นางชฏารัตน์ กล่าวว่า ตัวเองเคยมากราบพระบรมศพครั้งหนึ่งแล้วในฐานะเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศล ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นี้จึงถือโอกาสพาน้องสาวมาอีกครั้ง โดยตั้งจิตอธิษฐานบอกในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ทางเข้าประตูวิเศษไชยศรีกระทั่งถึงภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทว่า จะตั้งใจทำหน้าที่ครูให้การอบรมสั่งสอนเยาวชนของชาติให้ดีที่สุด ด้วยความที่โรงเรียนน้อมนำพระราชดำริของพระองค์มาเป็นหลักการสอนด้วย จึงปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักอดออม เรียนรู้การปลูกพืชผักสวนครัว โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศชีวิต
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความประทับใจที่มีต่อในหลวง ร.9 แม่พิมพ์ของชาติกล่าวทั้งน้ำตาว่า "รักทุกอย่างที่เป็นพระองค์ สมัยได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียก็ไม่ได้ห้อยพระหรือพกเครื่องรางของขลังใดๆ นอกจากเหรียญของในหลวง ร.9 ซึ่งตัวเองยึดพระองค์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เตือนตัวเองให้ทำแต่ความดี มีความเสียสละ ช่วยเหลือสังคม"