
คาร์บอมกลางเมืองยะลาดับ1เจ็บ12
คาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา ตชด.พลร่มตาย 1 จนท.-ชาวบ้านเจ็บ 12 ตรวจกล้องวงจรปิด พบ 2 คนร้าย ขับรถเข้าเขตเมืองตอน 08.00 น. แล้วขับรถวนรอบเมืองไปจอดที่จุดเกิดเหตุ รองผู้ว่าฯ ยะลา เผย คนร้ายนำระเบิดไปไว้ หลังเจ้าหน้าที่ชุดตรวจวัตถุระเบิดกลับ เชื่อคนร้ายแอบประกอบใ
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 4 กันยายน ศูนย์วิทยุ สภ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุระเบิดที่สี่แยก ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา ทำให้รถกระบะถูกไฟไหม้และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้แจ้งให้ พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ยะลา รับทราบ ก่อนนำกำลังตำรวจและทหาร พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บน 3667 ยะลา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง
หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 1 ศพ สภาพไหม้เกรียม ทราบชื่อ ส.ต.ต.จตุพงษ์ หลวมจันทึก อายุ 24 ปี ผบ.หมู่กองร้อย 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 5 ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา
นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 12 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา ทราบชื่อ ส.ต.ต.กมล คชชาญ อายุ 25 ปี ส.ต.ต.ประวิทย์ รุ่งภาษา อายุ 25 ปี สังกัด ตชด.พลร่ม นายชวน อนันต์วรวัฒน์ อายุ 55 ปี นายวรพจน์ โพธิ์ถาวร อายุ 28 ปี น.ส.วิมล ฉัตรศิริเวช อายุ 56 ปี นางเสาวณี ทองแก้วบัว อายุ 29 ปี นายนาราแอลซิงห์ รันดาแว อายุ 40 ปี นายสิริพัฒน์ รันดาแว อายุ 21 ปี นายมะสุกรี บือราเฮง อายุ 19 ปี นายอนันต์ หงส์นิพนธ์ อายุ 40 ปี นายอ๋า แซ่เซี๊ยะ อายุ 60 ปี และ จ.ส.ท.ภาณุ ชูจีน อายุ 32 ปี
ในที่เกิดเหตุยังพบซากรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน รุ่นฟอนเทียร์ ทะเบียน บว 7564 สงขลา ซึ่งเป็นรถที่คนร้ายใช้ซุกระเบิด สภาพพังยับเยิน นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้อาคารและรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ในจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่พบเศษถังแก๊ส ที่คาดว่าคนร้ายใช้บรรจุระเบิด และเศษสายไฟ รวมทั้งวงจรอีเล็กทรอนิกส์ และถ่ายไฟฉายขนาด 9 โวลต์ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม ส่วนการจุดชนวนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายได้ขับรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน รุ่นฟอนเทียร์ ที่ซุกซ่อนระเบิดเอาไว้ภายใน นำมาจอดไว้ที่จุดเกิดเหตุก่อนแล้ว ขณะที่ ตชด.ชุดพลร่มได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ มาจาก อ.บันนังสตา เพื่อซื้ออาหาร เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายก็ได้จุดชนวนระเบิดทันที ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สายัณห์ ได้สั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง เพื่อตรวจหาภาพคนร้ายที่นำรถคันดังกล่าวมาจอดไว้ รวมทั้งเชิญตัวพยานที่เห็นคนร้ายขณะนำรถคันดังกล่าวมาจอด เพื่อไปสเก็ตช์ภาพแล้ว
ตร.สเก็ตช์ภาพ 2 คนร้ายได้แล้ว
เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ไปเป็นประธานรดน้ำศพและวางพวงหรีด ส.ต.ต.จตุพงษ์ โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม 1 คืน ก่อนที่จะนำศพกลับไปที่ค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไปที่บ้านเกิด
ส่วนความคืบหน้าด้านคดี พ.ต.ต.สุจริต วงษาเกษ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมือง ได้เชิญตัวพยานที่อยู่ในเห็นเหตุการณ์และเห็นหน้าของคนร้าย ไปให้การที่กองวิทยาการเขต 45 ยะลา เพื่อทำการสเก็ตช์ภาพคนร้าย เป็นชาย 2 คน อายุระหว่าง 25-30 ปี สวมหมวกกาปิเยาะ (หมวกของคนมุสลิม) รูปร่างผอมสูง นอกจากนี้พยานยังให้การอีกว่า ได้ขับรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน มาจอดตรงจุดเกิดเหตุพร้อมเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ จากนั้นคนร้ายทั้งสองก็ลงจากรถทำทีเดินไปซื้อของได้ไม่นาน รถกระบะของตำรวจตระเวนชายแดน ก็วิ่งผ่านมาและชะลอรถ เนื่องจากว่าตรงจุดเกิดเหตุเป็น 4 แยก และก็เกิดระเบิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า มีกล้องหลายตัวสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ โดยพบว่าคนร้ายขับรถกระบะยี่ห้อ นิสสัน ผ่านจุดตรวจท่าสาป เข้ามาภายในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อเวลา 08.00 น. แล้วขับเลี้ยวซ้าย เข้าไปทางตลาดเมืองใหม่ จนไปถึงสี่แยกถนนเปรมจิตต์-สุรพันธ์ กล้องวงจรปิดก็บันทึกภาพรถคนร้ายเลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงไปยังถนนสันเขื่อน เมื่อไปถึงแยกสันเขื่อน กล้องอีกตัวก็บันทึกภาพ รถคันดังกล่าวเลี้ยวขวาวิ่งตรงไปทางห้างโคลีเซี่ยมซีนีเพล็กซ์ เมื่อตรวจกล้องวงจรปิดที่สี่แยกโคลีเซี่ยม ก็พบรถค้นร้ายวิ่งข้ามแยกไปก่อน แล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าถนนไชยจรัส ก่อนที่จะวนรถผ่านหน้าโรงหนังเก่า แล้วมาจอดตรงจุดเกิดเหตุ และเกิดระเบิดขึ้น
พ.ต.อ.เอกกฤต วิริยะภาพ ผกก.สภ.เมืองยะลา เปิดเผยว่า สำหรับป้ายทะเบียนของรถดังกล่าว ตรวจสอบแล้วเป็นป้ายทะเบียนของรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า โดยเจ้าของเป็นคนในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนภาพสเก็ตช์ขณะนี้สามารถสเก็ตช์ภาพผู้ก่อเหตุได้แล้ว อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง และจะมาตรวจสอบภาพกับภาพใบหน้าของกลุ่มคนร้ายในบัญชีสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป นอกจากนั้นในช่วงเย็นตนได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เพื่อรับฟังความคืบหน้าในด้านต่างๆ รวมทั้งแนวทางการสืบสวน เพื่อจะได้ติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
รองผู้ว่าฯ ยะลาลุยเอกซเรย์ชุมชน
นายกฤษฎา บุญราช รอง ผู้ว่าฯ จ.ยะลา เปิดเผยว่า เหตุครั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายได้แอบเข้ามาประกอบวัตถุระเบิดในพื้นที่เขตเมือง เพราะก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 08.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ไม่พบความผิดปกติ แต่พอเจ้าหน้าที่เดินทางกลับได้ไม่นาน คนร้ายจึงขับรถที่ใช้ซุกระเบิดไปจอดในที่เกิดเหตุก่อนจุดชนวน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ต้องปูพรมตรวจสอบพื้นที่ในเขตเมืองยะลาแบบเต็มร้อย ทุกจุดอีกครั้ง เพื่อหาแหล่งซุกซ่อนและแหล่งประกอบระเบิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 01.15 น. วันเดียวกัน ที่ อ.ยะหา ขณะที่ นายอาหะ อาแซ อายุ 28 ปี และ นายฮาเล็ม อาแด อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ทั้งคู่เป็นชาวบ้าน หมู่ 6 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาเพื่อกลับบ้าน ได้ถูกคนร้ายดักยิงได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ทั้งคู่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา
แผนสร้างความแตกแยกทางศาสนา
พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท. เปิดเผยว่า ในช่วงนี้กลุ่มคนร้าย ได้ลอบวางระเบิดในพื้นที่สำคัญในเขตเมืองทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เริ่มตั้งแต่วางระเบิดข้างร้านอาหารสวนกล้วย อ.เมือง จ.นราธิวาส การลอบวางระเบิดด้วยรถจักรยานยนต์ ที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดเหตุเกิดในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งทั้ง 3 จุด เป็นพื้นที่สำคัญในของชุมชนไทยพุทธ เพื่อหวังสร้างความขัดแย้งทางศาสนาที่ชัดเจน
พล.ท.กสิกร กล่าวว่า เชื่อว่า คนร้ายได้วางแผนและกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องนำวัตถุระเบิดไปวางในจุดเป้าหมายให้ได้ สังเกตจากกรณีระเบิดที่ยะลา เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด เข้าไปตรวจก่อนที่จะเกิดเหตุไม่ถึง 1 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าคนร้ายมีการเกาะติดความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
"อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม คือ การก่อเหตุที่ถี่และรุนแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะตามปกติเหตุคดีความมั่นคง จะเกิดขึ้นไม่ต่อเนื่องแบบวันต่อวัน" พล.ท.กสิกร กล่าว
บุกรังโจรใต้ปัตตานี
ส่วนที่ จ.ปัตตานี พ.ท.บุญสิน พาดกลาง ผบ.ฉก.ปัตตานี 21 นำกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหารพรานที่ 43 ได้ร่วมกันแถลงข่าว การเข้าตรวจค้นอาวุธปืนและยึดอาวุธปืนและอื่นๆ โดยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหารพรานที่ 43 สนธิกำลังร่วมจำนวน 100 นายบุกเข้าตรวจค้นแหล่งที่พักพิงของกลุ่มก่อความไม่สงบ บริเวณป่าสวนยางพารา บ้านปูลากาซิง ต.กอลำ อ.ยะรัง หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่พัก การฝึกและที่ประชุมในการวางแผนก่อความไม่สงบ
ในการเข้าตรวจค้นและปิดล้อม ปรากฏว่ากลุ่มแนวร่วมได้ไหวตัววิ่งหนีเข้าไปในป่า จำนวน 3 คน เจ้าหน้าที่จึงพยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน จากการตรวจค้นภายในที่พัก พบอาวุธปืนอาก้าพร้อมกระสุน จำนวนหนึ่ง อาวุธปืน ขนาด .38 พร้อมกระสุน, ลำกล้องเล็ง 1 กระบอก, เสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัว, เครื่องดำรงชีพและข้าวสารอาหารแห้ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการยึดแล้ว จึงได้ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจหา ดีเอ็นเอ และหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกว่าเคยนำไปก่อเหตุที่ใดมาบ้าง
“สุเทพ” ระบุสไฟใต้ดีขึ้น
ขณะที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงสถานการณ์ภาคใต้ ว่า มีการปรับปรุงการทำงานมาตลอด สิ่งที่ตนกำลังเร่งดำเนินการขณะนี้คือ ผู้ที่กระทำความผิดบางคนหรือหลายคน เป็นผู้ที่ก่อเหตุหลายครั้งและมีพยานหลักฐานทั้งทางบุคคลและทางนิติวิทยาศาสตร์ ตนจึงเร่งรัดให้มีการจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะถ้ายังลอยนวลอยู่ก็จะไปก่อคดีเพิ่มอีกเรื่อยๆ โดยตนได้ปรึกษากับผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและได้สั่งการไปแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุดังกล่าวมีเป็นจำนวนมาก ที่เราสามารถระบุตัวได้ ทั้งการวางระเบิด เผาโรงเรียน ยิงเจ้าหน้าที่ ซึ่งเราได้พยานหลักฐานระบุตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ ดังนั้น ตนจึงต้องเพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ แต่จากการประเมินก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ก่อเหตุยังคงกบดานในพื้นที่ หรือมีการเข้าออกพื้นที่ไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่กำลังติดตามอยู่ โดยเราจะพยายามทำงานอย่างเข้มแข็งมากขึ้น
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าสภาพความเป็นจริงขณะนี้ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้มีความเข้าใจรัฐบาลมากขึ้น และเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริง ที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับรายได้ของประชาชนให้ดีขึ้น ตนเชื่อว่าผู้ก่อการร้ายก็กลัวว่าจะสูญเสียมวลชน วิธีที่เขาจะทำก็คือ สร้างภาวะความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นให้มากที่สุดเพื่อแสดงให้เห็นว่า เขายังมีชีวิตยังมีอิทธิพลอำนาจในพื้นที่ นี่คือสิ่งที่ตนพอจะสันนิษฐานได้ขณะนี้



