
“อธ.ศาลอาญา”ขอเวลาเช็คคำสั่งศาลงดแชร์ข้อความ"สมศักดิ์เจียม"
"อธิบดีศาลอาญา”ขอเวลาเช็ค หลัง ก.ดิจิตอล ยกคำสั่งศาล แจ้งปชช.งดแชร์ข้อมูล"สมศักดิ์เจียม-ปวิน-เเอนดรูว์"เลี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ด้าน“นักก.ม.”ยังงง คำสั่งศาล
14 เม.ย. 60 - นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงกรณีที่มีประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกเมื่อวันที่ 12 เม.ย.เรื่องการงดเว้นการติดต่อกับบุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ต ที่ระบุศาลอาญามีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ที่ขอให้ประชาชนโดยทั่วไปงดการติดตาม ติดต่อ เผยแพร่ หรือกระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการเผยแพร่ เนื้อหา ข้อมูล ของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล , นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และนายแอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ (Andrew MacGregor Marshall บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อมิให้เป็นการกระทำความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งเจตนา และไม่เจตนาว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในคำสั่งดังกล่าว เเต่ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบรายละเอียดไปเเล้วว่ามีการยื่นคำร้องมาวันไหนในคำร้องยื่นขออะไรบ้าง เเล้วศาลมีคำสั่งว่าอย่างไร เเต่เนื่องจากขณะนี้ติดวันหยุดราชการ รายละเอียดจึงต้องรอจนถึงวันทำการราชการ
ขณะที่เรื่องนี้มีเเหล่งข่าวนักกฎหมาย อธิบายลักษณะคำสั่งว่า ปกติคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล จะมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันหรือไม่สามารถที่จะสั่งบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความในคดีได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสอง (1) คือเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล , คำพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคล หรือคำสั่งเรื่องล้มละลาย และมาตรา 145 วรรคสอง (2) คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใดๆ ที่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงจะใช้ยังแก่บุคคลภายนอกได้ หรือคำพิพากษา ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 43 ที่เป็นกรณีซึ่งศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือจำหน่ายคดีแล้ว หากเกี่ยวกับสินค้าอาจเป็นอันตราย ก็ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกคืนสินค้าจากผู้บริโภคและเรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายออกจากท้องตลาด ซึ่งคำสั่งในคดีผู้บริโภคลักษณะนี้ก็มีน้อยมาก
แหล่งข่าวนักกฎหมาย ยังระบุด้วยว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ นั้นไม่สามารถห้ามการติดต่อหรือเข้าไปอ่านได้ เพียงเเต่ห้ามการเเชร์หรือบันทึกข้อมูลที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเท่านั้น ส่วนเรื่องการกดไลค์ข้อความ ก็จะต้องมีการสืบพิสูจน์เจตนาว่าเป็นการสนับสนุนข้อความหรือรูปภาพที่ผิดกฎหมายหรือไม่



