
ปชช. ใช้ "วันครอบครัว" รวมสมาชิกมากราบพระบรมศพ
"วันครอบครัว" ประชาชนพาสมาชิกในครอบครัวกราบพระบรมศพเพื่อสิริมงคล
วันที่14 เมษายน 2560 บรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นวันที่ 163 โดยเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้เข้าตั้งแต่เวลา 05.00 น. ซึ่งประชาชนถือโอกาสใช้วันหยุดพิเศษอีกทั้งยังเป็นวันครอบครัว พาลูกหลานเดินทางมาเข้าแถวถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องทั้งวันเพื่อเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่ไทย
รอโอกาสวันครอบครัวรวมตัวเพื่อเดินทางมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 หวังเป็นสิริมงคลในวันเริ่มต้นปีใหม่ไทยและแสดงความจงรักภักดีในคราวเดียวกัน นายชัย มีหนองหว้า ข้าราชการครู วัย 46 ปี เล่าว่า ตั้งใจชวนภรรยา นางสาวชุดาณัฐฎ์ บัณฑุกุล พนักงานบริษัท อายุ 35 ลูก เด็กชายอชิระ มีหนองหว้า อายุ 3 ขวบครึ่ง และ คุณตา นายเสน่ห์ รอดหงษ์ อายุ 63 ปี รวมถึง นางสาวสุธิดา รอดระหงษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ชั้นปีที่ 2 มาวันนี้เนื่องเป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวมารวมตัวกันอยู่แล้ว จึงอยากให้วันนี้เป็นสิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัว เมื่อได้ขึ้นกราบพระบรมศพแล้วรู้สึกปลื้มปิติ เป็นครั้งหนึ่งที่เราจะได้ทำเพื่อพระองค์ท่าน ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ตัวเองได้น้อมนำคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาส่งต่อให้กับลูกๆ คือ เรื่องของการใช้ชีวิตในครอบครัวให้รู้จักตัวเองและรู้จักความพอเพียงที่มีอยู่ในปัจจุบัน
“ความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้นโดยส่วนตัวแล้วมีมาตลอดชีวิตจนถึงวันนี้ โดยเริ่มจากตัวเองเป็นชาวอุดรธานี ตอนสมัยเด็กๆ ติดตามพ่อแม่ไปกราบหลวงปู่ขาว ที่วัดถ้ำกลองเพล ประจวบกับเป็นโอกาสในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปเยี่ยมหลวงปู่ขาวพอดี ทำให้ตัวเองได้เฝ้าฯ รับเสด็จด้วย นั่นคือความประทับใจแรก โตขึ้นได้เรียนในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรเป็นประจำ ตรงนั้นถือเป็นจุดประกายอีกอย่างหนึ่งทำให้ตัวเองเทิดทูนต่อพระองค์ท่าน กระทั่งมาทำงานรับราชการครู สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์อยู่แล้ว ดังนั้น ทุกครั้งที่สอนในแต่ละวิชา จะบอกกับนักศึกษาตลอดว่า ให้ภูมิใจในความเป็นราชภัฏสมกับที่พระองค์ท่านพระราชทานนามให้ ควบคู่กับวิชาการไปด้วยกัน” ข้าราชการหนุ่มกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
อีกหนึ่งสมาชิกในครอบครัว นางสาวสุธิดา รอดระหงษ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ชั้นปีที่ 4มหาวิทยาลัย ในวัย 22 ปี เผยความรู้สึกที่ได้มากราบพระบรมศพครั้งแรกในชีวิตว่า เป็นความปลื้มปิติอย่างยิ่ง แม้ว่าตัวเองเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็ติดตามการทรงงานของพระองค์ผ่านพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยเฉพาะในด้านการคิดค้นวิทยาการสมัยใหม่เพื่อการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม อย่าง กังหันน้ำชัยพัฒนา และโครงการแก้มลิงในเรื่องการเกษตร
นอกจากนี้ นางสาวสุธิดา ยังพูดถึงแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ตัวเองน้อมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันคือ ความพอเพียง โดยเจ้าตัวเล่าว่า อย่างเรื่องแฟชั่นที่วัยรุ่นบางคนให้ความสำคัญ แต่ตัวเองกลับคิดว่าแค่เรียบง่ายให้เข้ากับกาลเทศะก็ได้แล้ว ยิ่งพอโตขึ้นมาในวันนี้ความคิดยิ่งเปลี่ยนไปว่าการดำเนินชีวิตความเป็นอยู่แบบง่ายๆ ก็มีความสุขได้
นายอวยพร มาเจริญ อายุ 56 ปี เกษตรกรชาวจันทบุรี ถือโอกาสเนื่องในวันหยุดและวันครอบครัว พาภรรยาและลูกสามคนมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรก โดยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 03.00 น. ก่อนถึงบริเวณท้องสนามหลวงประมาณ 06.00 น. กล่าวว่า ตั้งใจอยากมากราบพระบรมศพตั้งแต่ช่วงแรกที่ทราบข่าว แต่อยากมาพร้อมกันทั้งครอบครัว จึงต้องรอให้แต่ละคนมีเวลาว่างจากการทำงานและการเรียนเลยได้มาพร้อมเพรียงกันในวันหยุดช่วงสงกรานต์ ทั้งนี้เพราะอยากให้เขาได้มารู้จักท่านมากขึ้นว่าพระองค์ทรงมีบุญคุญช่วยเหลือคนไทยมามากมายขนาดไหน โดยเฉพาะที่ จ.จันทบุรี ที่ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งศูนย์พัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ทำให้สิ่งแวดล้อมป่าชายเลนสมบูรณ์ขึ้น และชาวบ้านยังได้เข้าไปศึกษาหาความรู้เรื่องการเพาะปลูกด้วย โดยถือเป็นโอกาสหนึ่งในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด แม้ก่อนหน้านี้เคยได้รับเสด็จฯ ตอนพระองค์ท่านเสด็จฯ เยี่ยมประชาชนต่างจังหวัด เราได้เห็นแค่รถยนต์พระที่นั่งผ่านไปในช่วงไม่กี่วินาที แต่ก็มีสุข เหมือนเติมกำลังใจให้ตัวเองแล้ว
นอกจากนี้ได้นำหลักคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ทั้งเรื่องของการเกษตรอย่างการปลูกพืชผักผลไม้ อาทิ ทุเรียน มังคุด มะม่วง และลำไย ซึ่งบางอย่างอยากินเองก็ปลูกไม่กี่ต้น แต่หากมีผลผลิตเหลือจากกินเองแล้วก็นำไปขายสร้างรายได้เพิ่มอีก หรือนำคำสอนเอามาสอนลูกให้รู้จักพอเพียงไม่ฟุ้งเฟ้อ พาเขาเข้าไร่เข้าสวนให้เห็นว่าเรามีวิถีชีวิตอย่างไร เพื่อให้เขาใช้ชีวิตได้เหมาะสม นอกจากนี้ยังได้พยายามนำเรื่องเกษตรอินทรีย์มาใช้ แม้ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้น แต่พยายามเรียนรู้และมาใช้กับการดูแลสวนผลไม้ อีกทั้งสอนให้ลูกเป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ ซึ่งเรามีพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด ขณะที่วันนี้เป็นวันครอบครัว ที่ผ่านมาเราก็ดูแลกันด้วยความรัก ความใส่ใจ และความเข้าใจกันมาเสมอ



