
‘บอร์ดอีอีซี’วางแนวทางดัน“ฉะเชิงเทรา”ต้นแบบสมาร์ทซิตี้
‘บอร์ดอีอีซี’วางแนวทางดัน“ฉะเชิงเทรา”ต้นแบบสมาร์ทซิตี้
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เปิดเผยว่า หลังจาก สศช.ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนาเมืองพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ในส่วนของ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(บอร์ดอีอีซี) พิจารณาใน 2 แนวทางคือ การพัฒนาเป็นต้นแบบเมืองทันสมัยหรือสมาร์ทซิตี้ และการพัฒนาเป็นศูนย์ราชการ โดยที่ประชุมได้ตัดสินใจเลือกให้พัฒนาตามแนวทางแรก
“ที่ประชุมมองว่าการพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบของสมาร์ทซิตี้ เมืองน่าอยู่และทันสมัยทันสมัยของประเทศไทยจะเหมาะกว่า โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาอีอีซี สามารถพัฒนาเป็นเมืองอยู่อาศัยที่บริษัทต่างชาติหลายบริษัทอยากไปอยู่"
ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ เช่น การมีเลนจักรยาน วิ่งจ๊อกกิ้ง ฟรีไวไฟ นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ การแยกขยะ พัฒนาพลังงานทางเลือก การจัดการจราจรที่ทันสมัย ซึ่งการพัฒนาแบบนี้ที่ผ่านมาเมืองไทยได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ค่อนข้างกระจัดกระจาย ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาให้เห็นจริงว่าสมาร์ทซิตี้เต็มรูปแบบเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ จากที่สศช.เข้าไปศึกษาพบศักยภาพและโอกาสที่จะพัฒนาเมืองฉะเชิงเทราในหลายด้าน โดยเฉพาะการเป็นเมืองที่น่าอยู่ทันสมัย มีจุดเด่นของที่ตั้งใกล้ทั้งกรุงเทพฯและสนามบินอู่ตะเภา การเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถไฟความเร็วสูงเพียง 35 นาที และรถไฟชานเมือง 60 นาที รวมถึงแนวคิดพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development :TOD) จะพัฒนาในเชิงพาณิชย์ และยังมีศักยภาพพัฒนาไปสู่เมืองวิจัย มหาวิทยาลัย เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ทำให้เป็นเมืองน่าอยู่ทันสมัย
ส่วนแนวคิดที่เสนอการพัฒนาเป็นเมืองศูนย์ราชการ ศึกษาจากตัวอย่างต่างประเทศหลายแห่ง และที่ผ่านมาประเทศไทยมีแนวคิดการย้ายศูนย์ราชการไปฉะเชิงเทรา นครนายก แต่บอร์ดอีอีซีพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังไม่คุ้มค่าหรือไม่จำเป็นที่จะย้ายศูนย์ราชการ ซึ่งกรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางที่เหมาะสม
นายปรเมธี กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นเมืองทันสมัยในฉะเชิงเทรา คือพื้นที่ TOD ตามแนวรถไฟความเร็วสูง แต่ในภาพใหญ่ต้องรอให้ทางสำนักงานอีอีซีและกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำแผนแม่บทก่อน ซึ่งจะเห็นชัดว่าส่วนไหนจะได้รับการพัฒนาเป็นเมืองทันสมัย จุดไหนเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่ต้องอนุรักษ์
“คณะทำงานต้องใช้เวลาในการจัดทำมาสเตอร์แพลน จากนั้นจะเสนอให้บอร์ดอีอีซี ก่อนรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ โครงการนี้ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 3-5ปี จะเริ่มเห็นเป็นรูปธรรม” นายปรเมธี กล่าว
สำหรับแนวทางการพัฒนาฉะเชิงเทราเป็นศูนย์ราชการนั้น เดิม สศช. เสนอให้พัฒนา 2 ลักษณะ คือ ลักษณะแรกจัดตั้งเป็นเมืองศูนย์ราชการระดับภาค เพื่อเป็นศูนย์รวมการบริหารราชการของการสนับสนุนการเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ทันสมัยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ลักษณะที่ 2 จัดตั้งเป็นเมืองศูนย์ราชการระดับประเทศ โดยการวางแผนพัฒนาจะครอบคลุมการสร้างเมืองใหม่ที่มีการวางแผนและออกแบบอย่างมีแบบแผนและทันสมัยให้เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ และย้ายที่ตั้งของส่วนราชการสำคัญมาอยู่ใน จ.ฉะเชิงเทรา



