
ชี้รัสเซียล้มเหลวป้องกันสังหารหมู่เบสลัน
ศาลสิทธิฯยุโรปชี้รัสเซียไม่ได้พยายามมากพอเพื่อป้องกันการสังหารหมู่ในโรงเรียนช็อกโลกที่เบสลัน
13 เม.ย. ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป ตั้งอยู่ในเมืองสตราบูร์กส์ ประเทศฝรั่งเศส มีคำตัดสินวันนี้ว่า รัสเซียล้มเหลวอย่างร้ายแรง ในการป้องกันการสังหารหมู่จากเหตุการณ์ที่กลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนเชเชน บุกยึดโรงเรียนประถมในเมืองเบสลัน สาธารณรัฐนอร์ทออสเซเทีย เมื่อ 13 ปีก่อน จึงจบลงอย่างเศร้าสลด หลังทางการตัดสินใจใช้กำลังยุติสถานการณ์ตัวประกันยืดเยื้อ 3 วัน มีผู้เสียชีวิตกว่า 330 คน จำนวนนี้เป็นเด็กถึง 184 คน
กลุ่มติดอาวุธเชเชนคลุมหน้าทั้งหญิงและชายสวมเข็มขัดระเบิด บุกเข้าไปภายในโรงเรียน และกราดยิงในสนามขณะมีพิธีเปิดภาคเรียนวันแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 จากนั้น กวาดต้อนตัวประกันกว่า 1,100 คนจำนวนนี้เป็นเด็ก 800 คนเข้าไปอยู่กันอย่างแออัดภายในสนามกีฬาโรงเรียน และติดกับระเบิดไว้ทั่ว พวกเขายื่นเงื่อนไขให้รัสเซียถอนทหารออกจากสาธารณรัฐเชชเนีย
หลังยืดเยื้ออยู่ 3 วัน จู่ๆเสียงระเบิดและยิงปะทะสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่าปฏิบัติการของกองกำลังความมั่นคงรัสเซียเป็นไปอย่างโกลาหล ใช้กำลังเกินกว่าเหตุและอาวุธหนัก เป็นสาเหตุให้เกิดความสูญเสียในชีวิตอย่างคาดไม่ถึง ขณะคนร้ายถูกจับเป็นคนเดียว
ผู้รอดชีวิตตั้งคำถามมาตลอดว่าการสูญเสียเป็นเรื่องที่น่าจะป้องกันได้ แต่การสอบสวนข้อเท็จจริงในรัสเซียไม่คืบหน้า ชาวรัสเซียกว่า 400 คนทั้งที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมโดยตรง หรือผู้ที่สูญเสียญาติหรือถูกจับเป็นตัวประกัน จึงยื่นคำร้องต่อศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป
ศาลระบุว่า ทางการรัสเซียได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแผนโจมตีอย่างเจาะจงในพื้นที่ว่าสถาบันการศึกษาจะตกเป็นเป้า แต่ก็ไม่ได้ดำเนินมาตรการขัดขวางอย่างเพียงพอ ไม่ได้สกัดการเดินทางของผู้ก่อการร้าย ไม่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และไม่เคยเตือนโรงเรียนหรือประชาชนถึงภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นเลย นอกจากนี้ การใช้อาวุธหนักอย่างปืนรถถัง เครื่องยิงลูกระเบิดและเครื่องพ่นไฟ เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก



