ข่าว

สั่งรื้อโครงสร้างเงินสวัสดิการรัฐลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล-เล็งให้ต่างด้าวซื้อประกัน

สั่งรื้อโครงสร้างเงินสวัสดิการรัฐลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาล-เล็งให้ต่างด้าวซื้อประกัน

04 ก.ย. 2552

นายกฯ เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือ ลดงบด้านสวัสดิการสังคม ห่วงเพิ่มสูงขึ้นทุกปีอาจกระทบงบลงทุน สั่งศึกษาปรับโครงสร้างระบบรักษาพยาบาลที่ยังลักลั่น กระทรวงแรงงานเล็งให้แรงงานต่างด้าวซื้อประกันปีละ 500 บาท

 เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรียกนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี รมว.การคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง รมว.สาธารณสุข รมว.แรงงาน พร้อมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประชุมด่วนเพื่อหารือเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้รัฐบาลมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น

 นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานต่างๆ กำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมลง หรือคงไว้ไม่ให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องไม่ทำให้คุณภาพการรักษาลดลง เนื่องจากเป็นห่วงว่าภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี อาจส่งผลให้งบประมาณลงทุนของภาครัฐลดลงทุกปี ซึ่งอาจกระทบต่องบประมาณในการลงทุนในอนาคต ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ทุกหน่วยงานต้องมีมาตรการในการลด หรือคงค่าใช้จ่ายของภาครัฐด้านสวัสดิการสังคมไม่ให้เพิ่มขึ้น โดยให้กรมบัญชีกลางรับไปเป็นเจ้าภาพพิจารณาเรื่องนี้

 ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงแรงงาน มีแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันสังคม โดยแนวทางหนึ่งที่จะดำเนินการคือ แนวคิดที่จะบังคับให้แรงงานต่างด้าวต้องซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิตเป็นเงินคนละไม่เกิน 500 บาทต่อปี เพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐในการรักษาพยาบาลแรงงานต่างด้าว เพื่อให้แรงงานมีสิทธิ์ใน 3 กรณี ได้แก่ การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยนอกเวลาทำงาน ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

 นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจัยระบบสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลมีอยู่ 3 ระบบ คือ ระบบประกันสังคม ระบบการรักษาพยาบาลข้าราชการ และระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ยังมีความลักลั่นกันอยู่ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาการปรับโครงสร้างระบบการรักษาพยาบาลทั้ง 3 ระบบให้มีประสิทธิภาพและไม่ลักลั่นกัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ให้ศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน 

 ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระงบประมาณด้านค่ารักษาพยาบาลในโครงการสุขภาพถ้วนหน้า การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าราชการที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการเพิ่มจาก 3 หมื่นล้านบาทต่อปี เป็นเกือบ 8 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน