ข่าว

พสกนิกร ถือฤกษ์วันสงกรานต์ เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

พสกนิกร ถือฤกษ์วันสงกรานต์ เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

13 เม.ย. 2560

วันหยุดเทศกาล ประชาชนทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เดินทางมารอเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ มีมาคนเดียว ครอบครัว และหมู่คณะ

          พสกนิกร ถือฤกษ์วันสงกรานต์ เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

          วันที่ 13 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้บรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เวลา 04.50 น.ให้ประชาชนทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมารอเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งมาคนเดียว ครอบครัว และหมู่คณะ หลายคนยังถือโอกาสวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เดินมากราบพระบรมศพเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและเริ่มต้นปีใหม่ไทยท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดตลอดทั้งวัน 
    นายสมควร แสงจันทร์ อายุ 57 ปี ชาวพระนครศรีอยุธยา พนักงานบริษัท กล่าวว่าวันนี้เดินทางมาพร้อมภรรยา และลูกๆ รวม 6 คน โดยรถประจำทางตั้งแต่เวลา 06.00 น.ถึงสนามหลวงเวลา 08.30 น.และได้เข้ากราบพระบรมศพเวลา 09.00 น.เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมา เพราะครอบครัวเพิ่งได้อยู่กันพร้อมหน้า อีกทั้งอยากถือฤกษ์ดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทยทำกิจกรรมที่เป็นมงคลกับชีวิตและครอบครัวด้วย
   

พสกนิกร ถือฤกษ์วันสงกรานต์ เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

       "ตอนอยู่บนพระที่นั่งก็ระลึกถึงพระเมตตาของพระองค์ท่านตลอด เสียดายที่มีเวลาไม่นานแต่แค่นี้ก็ปลื้มใจแล้ว เมื่อ 30 กว่าปีก่อนท่านเสด็จพร้อมพระราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ไปเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ก็มีโอกาสรับเสด็จได้ชื่นชมพระบารมี ที่ผ่านมาในหลวง ร.9 ทรงเหนื่อยมามาก ถึงเวลาที่จะได้หยุดพัก ทรงคิดโครงการต่างๆ ไว้ให้ประชาชนได้สานต่อ ที่อยุธยามีโครงการแก้มลิงทุ่งมะขามหย่องที่ท่านทรงให้ขุดขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ทำให้มีน้ำใช้และทำการเกษตรตามสมควรหรืออย่างหลักเศรษฐกิจพอเพียงเราก็น้อมนำมาใช้ปลูกผัก เลี้ยงปลา ไว้บริโภคเองลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ขณะที่เรื่องความกตัญญูก็ทรงทำเป็บแบบอย่าง ทรงดูแลแม่อย่างดีจนนาทีสุดท้าย หลังจากกราบพระบรมศพแล้วก็จะเดินทางไปเยี่ยมพ่อแม่ต่อ วันนี้เป็นวันผู้สูงอายุด้วยก็จะใช้โอกาสนี้อยู่กับท่าน พาลูกๆ ไปด้วยจะได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวใหญ่" นายสมควร กล่าว

พสกนิกร ถือฤกษ์วันสงกรานต์ เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่น

        นางเพียงใจ สำราญพงศ์ อายุ 68 ปี ข้าราชการครูบำนาญ โรงเรียนบ้านต้องวิทยาคาร ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังเกษียณอายุราชการแล้วก็มาอยู่กับลูกสาวที่เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ วันนี้ลูกสาวหยุดเทศกาลสงกรานต์ จึงเดินทางมาพร้อมกับน้องสาว และลูกสาวอีก 2 คน ออกจากบ้านเวลา 04.30 น.ได้เข้ากราบเป็นกลุ่มแรก ๆ รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้มา ราวปี 2518 ตัวเองและน้องสาวเคยรับเสด็จฯ ในหลวง ร.9 ขณะเสด็จเยี่ยมราษฎร์ ที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ด้วยพระบารมีของพระองค์เห็นแล้วน้ำตาไหลทุกครั้ง รู้สึกซาบซึ้งเหมือนทรงเป็นเทพเจ้าที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้อีกแล้ว  
        "ขณะเข้ากราบพระองค์รู้สึกปลาบปลื้ม ก็อธิษฐานขอให้ท่านเสด็จสู่สวรรค์ชั้นสูงสุด เกิดชาติใดก็ขอให้ได้เกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ และภูมิใจที่ได้เกิดในสมัยรัชกาลที่ 9 และในฐานะที่เป็นข้าราชการครู ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง ขยันอดทนและมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำเพื่อให้เกิดความสำเร็จ" นางเพียงใจ กล่าว
        ทั้งนี้ สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. มีจำนวน 26,270 คน รวม 161 วัน มี 6,069,556 คน และมีการถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 1,579,465.75 บาท รวมยอดเงินทั้งสิ้น 495,441,406.76 บาท