ข่าว

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ

13 เม.ย. 2560

ตร.แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโฉกุน เจ้าตัวยังปฏิเสธ ลั่นไม่ได้จัดทัวร์

          จากกรณี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ “ซินแส โชกุน” เจ้าของบริษัท บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด ได้หลอกสมาชิกว่าจะพาไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลากลับไม่สามารถพาไปได้จริง จนเกิดความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ภายหลังเรื่องแดงเจ้าตัวได้หลบหนีไป กระทั่งตำรวจตามคุมตัวได้ที่ จ.ระนอง เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก่อนจะทำการควบคุมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาลงยังกองบินตำรวจซึ่งมีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปรับเพื่อทำการสอบสวนนั้น

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           ความคืบหน้าภายหลังจากทำการสอบสวน ต่อมาเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 13 เม.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ควบคุมตัว น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ ซินแสโชกุน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดา เลขที่หมายจับ 939/2560 ในข้อหา“ฉ้อโกงประชาชน” มาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อมาถึงที่ บก.ป. น.ส.พสิษฐ์ ได้เดินลงจากรถตู้ตำรวจ โดยมีตำรวจ บก.ป.คุ้มกันอย่างรัดกุมเจ้าตัวมีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมเผยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า “ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ผมต้องขอชี้แจง” ก่อนนำตัวสอบสวนที่ห้อง ศปก.บก.ป.

          จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาให้น.ส.พสิษฐ์ ทราบ พร้อมทั้งได้มอบหมายให้แพทย์จาก ร.พ.ตำรวจ มาตรวจร่างกายเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกายขณะควบคุมตัวดังกล่าว ซึ่งแพทย์ผู้ทำการตรวจร่างการระบุว่า ผลการตรวจร่างกายไม่พบบาดแผลภายนอก และไม่พบการถูกร้ายร่างกายแต่อย่างใด ก่อนจะเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถามข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากของ น.ส.พสิษฐ์

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           จากการสอบถาม น.ส.พสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้กระทำการฉ้อโกงประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วตนได้เปิดบริษัทขายสินค้าออนไลน์ และได้ชวนผู้ที่สนใจมาเข้าร่วมได้เข้าร่วมมีการแบ่งโปรโมชั่นในเรื่องของยอดขายให้ และได้มีการจัดโปรโมชั่นออกมาหลายรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่ทำให้คนเกิดความน่าสนใจมากที่สุดคือการจัดท่องเที่ยว ได้มีการจัดทริปไปท่องเที่ยวมาหลายครั้ง โดยเริ่มทำตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว ได้ชักชวนผู้ที่สนใจมาร่วมทำ กระทั่งเดือน ม.ค. สมาชิกบอกว่าไม่มีเงินลงทุน แต่สามารถหาคนได้ ตนจึง ได้ไปหาสินค้าที่ดีๆ มาขาย พอปลายเดือน ม.ค. ได้จดทะเบียนบริษัท หลังจดทะเบียนบริษัทได้พาสมาชิกไปเที่ยวประเทศฮ่องกง เพราะผู้ที่สนับสนุนเงินทุนอยู่ที่นั้น สำหรับสาเหตุที่เปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้งเพราะเป็นความเชื่อส่วนตัว ไม่ได้เปลี่ยนหนีคดี ซึ่งชื่อนามสกุลล่าสุด รวมเลขศาสตร์ได้ 97

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           “ต่อมาได้เริ่มพูดคุยกันว่าทำอย่างไรให้ยอดขายโตเร็ว เพราะสินค้าแต่ละตัวราคาค่อนข้างสูง ก็เลยคุยกันว่าต้องมีการโปรโมท เช่นในช่วงแรก ซื้อผลิตภัณฑ์ให้คนที่สมัครสมาชิกกินฟรี เมื่อกินแล้วดีก็จะบอกต่อให้คนอื่นทราบ จนสมาชิกคนใดสามารถทำยอดขายได้มาก ก็จะได้ไปเที่ยวที่อื่นๆ ด้วยแล้วแต่โปรโมชั่น แต่ที่มาดังเป็นพลุแตก คือประมาณเดือน ก.พ. ได้จัดทริปไปเมืองโอซาก้า 40 กว่าคน เป็นพ่อทีมแม่ทีม ซึ่งเสียค่าสมัคร 500 บาทเท่านั้น และได้ไปเที่ยวฟรี เมื่อคนที่ไปโอซาก้ากลับมาก็ได้มาโฆษณาให้เพื่อนๆ ทราบ จนกระทั่งอยากให้มีทริปเพิ่ม กระทั่งวันที่ 5 เม.ย. ตนได้จัดทริปอีกครั้งไปโอซาก้า จำนวน 200 คน ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยโปรโมททริปทัวร์ จะบอกเสมอว่าเราขายสินค้าอาหารเสริม เมื่อสมาชิกเข้ามาซื้อสินค้า เราจะพาไปเที่ยว แต่เนื่องจากมีพ่อทีมแม่ทีมหลายสาย ไปชักชวนเพื่อนๆ มาจำนวนมากจนไม่สามารถตรวจสอบและควบคุมได้อย่างละเอียด” น.ส.พสิษฐ์ กล่าว

          น.ส.พสิษฐ์ กล่าวอีกว่ากรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีการจองตั๋วเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว ได้แยกเป็นกลุ่มๆ ไว้ ซึ่งตนได้ให้ทางนายทุนที่อยู่ฮ่องกงเป็นคนประสานให้ และจะมีการจัดสรรที่นั่งมาให้ว่าแต่ละคนจะได้นั่งที่นั่งอะไร เที่ยวบินใด ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าไม่สามารถเช่าเหมาลำจากประเทศไทยไปที่โอซาก้าได้ มาทราบทีหลังว่าต้องทำเรื่องจองล่วงหน้า 3-5 เดือน ส่วนเงินจากผู้เสียหาย 500 กว่ารายที่มาร้องเรียนที่ บก.ป. ไม่ได้อยู่ที่ตน แต่ถูกปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบสินค้า ซึ่งการคืนเงินให้ผู้เสียหายต้องตรวจสอบก่อนว่าผู้เสียหายสมัครที่แม่ทีมคนใด และให้นำหลักฐานมายืนยันจึงจะคืนเงินได้

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ไปอยู่ระนอง ตอนแรกได้เตรียมตัวจะไปสนามบินแล้ว ซึ่งก่อนเดินทางไปได้ไลน์ไปคุยกับสมาชิกบางคนว่าจะไปถึงสนามบินประมาณเที่ยงคืน แต่สมาชิกไปถึงสนามบินเร็วกว่ากำหนดเวลาเดิมที่นัดหมายไว้ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์โกลาหลอะไรที่สนามบิน แต่มีแม่ทีมได้ไลน์มาบอกว่าอย่าเพิ่งไปที่สนามบิน อาจจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี แต่ได้ไปปรึกษากับเพื่อนว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่สามารถนำมาประกันตัวได้และชดใช้ค่าเสียหายบางส่วนเท่าที่จะทำได้

          น.ส.พสิษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีคลิปเสียง มีการนำสมาชิกของบริษัทเข้าเฝ้า และจะมีบุคคลพิเศษจากสำนักพระราชวังมาเป็นประธานเปิดงานให้กับบริษัทนั้น ทางออแกไนซ์ผู้จัดงานเป็นคนดำเนินการให้ทั้งหมด ระบุว่าจะทำหนังสือเชิญบุคคลสำคัญในสำนักพระราชวังมาเปิดงาน แต่ตนจำชื่อไม่ได้

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอาญา ให้เต็มที่ ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นทางแพ่ง ตำรวจไม่สามารถดำเนินการให้ได้ โดยหลังจากนี้จะควบคุมผู้ต้องหาไว้ 48 ชม. ก่อนจะควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาฯต่อไป

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างแถลงข่าวผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ได้มาเฝ้าติดตามการแถลงข่าวและทวงถามว่าจะได้เงินคืนเมื่อใด พร้อมทั้งด่าทอ น.ส.พสิษฐ์ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และระบายความคับแค้นใจออกมาว่า “คนไม่ถูกหลอกแบบนี้บ้างไม่รู้หลอก” จนสร้างความตื่นตกใจให้กับบรรดาสื่อมวลชนที่มาข่าวด้วย

แจ้งข้อหาฉ้อโกงซินแสโชกุน เจ้าตัวยังปฎิเสธ           ขณะที่ นาย นพดล บุญประคอง อายุ 34 ปี ชาวจ.สกลนคร หนึ่งในผู้เสียหายได้เดินทางมาที่ บก.ป.ด้วยและจากการฟัง น.ส.พสิษฐ์ให้การในเบื้องต้น ตนรู้สึกไม่คาดหวังว่าจะได้เงินคืน ซึ่งจำนวนเงินที่เสียไปรวมคนในครอบครัวแล้วมีมูลค่ากว่า 3 แสนบาท และที่ผ่านมาตนยังไม่เคยได้รับสินค้าจากการเป็นสมาชิกแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนเชื่อในกระบวนการยุติธรรมที่จะสามารถดำเนินคดีกับ น.ส.พสิษฐ์ในครั้งนี้.