ข่าว

รายการคมชัดลึกตอน"ขี่เครื่องบินกระดาษไปญี่ปุ่น"

รายการคมชัดลึกตอน"ขี่เครื่องบินกระดาษไปญี่ปุ่น"

04 ก.ย. 2552

กรณี ด.ช.หม่อง ทองดี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านห้วยทราย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับนายดวงฤทธิ์ เกติมา ครูประจำชั้น เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ช่วยค้ำประกันการได้เอกสารสำหรับเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่เมืองชิบะ ประเทศญี

ที่ไม่ยอมอนุญาตให้ ด.ช.หม่อง เดินทางเข้าออกประเทศไทยและขอให้อำนาจออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อให้เดินทางไปทันวันที่ 16 กันยายน ซึ่งศาลจะมีคำสั่งในวันที่ 4 กันยายนนี้ รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2552 เสนอตอน  "ขี่เครื่องบินกระดาษไปญี่ปุ่น"  ได้เชิญคนที่เกี่ยวข้องมาหารือเกี่ยวกับปัญหากฎหมายเรื่องสัญชาติ 

หม่อง  ทองดี  ตัวแทนนักเรียนไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น 
"มั่นใจ 100% ได้ไปแข่งที่ญี่ปุ่น"

 ฝึกพับกระดาษมาประมาณ 1 ปี ตอนแรกสังเกตเครื่องบินที่บินขึ้นแล้วลองพับดู ต่อมาทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ครูจึงให้ลงสมัคร และชนะได้อันดับ 1 ต่อมาที่ไบเทคบางนา ก็ชนะได้ที่ 1 เช่นกัน เคล็ดลับการพับให้เครื่องบินกระดาษบินได้นาน หากหัวปักลงก็เอาหางขึ้นและทำให้ปีกทั้งสองข้างสมดุล รู้สึกดีใจเมื่อทราบว่าจะได้ไปแข่งที่ญี่ปุ่นและมั่นใจว่าจะชนะ จะทำเพื่อคนไทย แต่เสียใจที่มีปัญหาเรื่องสัญชาติหากไม่ได้ไปก็ฝึกซ้อมเพื่อจะเดินทางไปปีหน้า หลังเลิกเรียนจะฝึกซ้อมการพับเครื่องบินกระดาษทุกวัน วันนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้ไปแข่งขันที่ญี่ปุ่น

ดวงฤทธิ์   เภติมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย จ.เชียงใหม่
"เชื่อว่าด.ช.หม่องจะได้ไปญี่ปุ่น"

 เด็กทั้งโรงเรียนพับกระดาษเป็นหมดตั้งแต่ ป.1-6 แต่หม่องเก่งกว่าเพื่อนในโรงเรียน วิธีที่โรงรียนมีการจัดการแข่งขันพับ ถือเป็นกิจกรรมเด่นฝึกตั้งแต่อนุบาล ซึ่งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะจัดการแข่งขันทุกปี และไม่จำกัดสัญชาติซึ่งเด็กที่โรงเรียนจะเป็นเด็กไร้สัญชาติกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในการเดินทางไปญี่ปุ่น จนกระทั่งมีปัญหาจึงทำหนังสือไปถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอนุญาตให้ ด.ช.หม่องเดินทางออกนอกประเทศ และกลับเข้าประเทศ แต่ผ่านมาเกือบ 90 วันก็ยังไม่มีหนังสือตอบกลับจึงต้องเดินทางมาทวงถาม เนื่องจากใกล้วันที่จะต้องเดินทางไปแข่งขัน

 ปัญหาเรื่องคนไร้สัญชาติมีมากขึ้นซึ่งควรจัดการอบรมให้ความรู้กับสถานศึกษา ซึ่งเราต้องการจัดศึกษาให้อย่างทัดเทียมเสมอภาค ทั้งนี้จะต้องเดินทางไปวันที่ 16 กันยายนเพื่อให้ทันการแข่งขัน 18-20 กันยายน และเชื่อว่าจะด.ช.หม่องจะได้ไป ในฐานะเป็นครูถ้าลูกศิษย์มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนและประเทศชาติ ก็อยากให้ทุกคนไปถึงจุดนั้นให้ได้

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์  กาญจนะจิตรา สายสุนทร นิติศาสตร์ มธ.
"ควรใช้สถานะเป็นคุณแก่เด็กมาพิจารณา"

 ไทยต้องรับรองการมีภูมิลำเนาว่าอยู่ในประเทศไทยเรียกว่า ทร.38/1 เด็กเกิดที่ จ.เชียงใหม่ พม่าไม่ได้รับรองว่าเป็นพม่าแต่เอกสารไทยไปรับรองว่าสัญชาติพม่ามีเอกสารที่รับรองสัญชาติคือทะเบียนราษฎร บุตรแรงงานต่างด้าวกฎหมายคนเข้าเมืองซึ่งมีสิทธิอาศัย กรณีคล้ายกันที่เกิดขึ้นคือกรณีของนางอายุ แต่ก็สามารถเข้าออกประเทศไทย เราไม่ต้องการให้เขาถูกปฏิบัติเช่นที่พ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าว
 
 สิทธิร้องขอสัญชาติไทยก็มีเพราะเกิดในไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติแต่ต้องให้ ครม.กำหนดหลักเกณฑ์และให้ รมว.มหาดไทย อนุญาตตามเกณฑ์ รมว.มหาดไทย ด้วย กรณีนี้สมัยนายจาตุรนต์ ฉายแสง เคยมีการทำยุทธศาสตร์การจัดการสิทธิเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548 ทั้งนี้หากทำคุณประโยชน์สูงสุดจริง กระทรวงศึกษาต้องเข้ามาดำเนินการซึ่งอยากให้เข้ามาพิจารณาในเรื่องนี้

 สถานะพ่อแม่และน้องหม่องอยู่ได้ถึงปี 2553 ทั้งนี้หากเป็นที่ลาวหรือที่อื่นเราต้องมีการพิสูจน์แต่ หากเป็นที่ไทยใหญ่คงปัญหาเรื่องทหาร ส่วนว่าน้องออกไปอาจสิ้นสุดสถานะนั้น อยู่ที่ รมว.มหาดไทยไม่เกี่ยวกับตรวจคนเข้าเมือง ทำไมไม่นำสถานะของเด็กไร้สัญชาติในสถาบันโรงเรียนมาพิจารณา ควรใช้สถานะที่เป็นคุณกับเด็กมาพิจารณา เรื่องนี้เป็นการทำลายระบบนิติศาสตร์เช่นกัน เพราะหากปล่อยให้มีการตีความตามอำเภอใจคนรักษากฎหมายก็มีปัญหาเช่นกัน ก่อนไปฟ้องร้องที่ศาล ทำไมกระทรวงมหาดไทยไม่ดูเรื่องบัตรเลขศูนย์เพราะ รมว.มหาดไทยอนุมัติได้เลย หากบัตรเลขศูนย์ผิดกฎหมายก็คงมีอีกหลายคนที่ผิดกฎหมาย ซึ่งต้องยื่นถามต่อศาลข้อเท็จจริง ทั้งนี้อาจเพราะการดูกฎหมายไม่ตรงกันเช่นอาจไม่รู้ข้อมูล

สุรพงษ์ กองจันทร์ทึก รอง ปธ.อนุ กก.สิทธิมนุษยชน สภาทนายความ 
"การฟ้อง รมว.มท.ไม่ใช่ลงโทษแต่เร่งรัด"

 เราคุ้มครองทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศภายใต้กฎหมายไทย นอกจากนี้มีการให้อำนาจ รมว.มหาดไทย ในการอนุมัติให้คนต่างด้าวเข้าออกประเทศได้ ที่ผ่านมาก็เคยปฏิบัติมา ในประเทศไทยเด็กที่อยู่ในฐานะเช่นหม่องมีประมาณ 6 หมื่นคน และคงไม่ลุกขึ้นมาขอออกไปนอกประเทศกรณีน้องหม่องเพราะต่างประเทศเชิญมา ได้ยื่นเรื่องรวมแล้ว 90 วัน แต่ก็เงียบไป หากไม่รีบดำเนินการก็จะมีปัญหา และประเทศไทยอาจเสียโอกาสหากปีนี้ไม่เดินทางไป แม้กฎหมายจะระบุว่าหากแรงงานต่างด้าวออกไปนอกประเทศถือว่าสิ้นสุดสิทธิการอาศัยอยู่ในไทยนั้นแต่ตามกฎหมายก็อยู่ที่ รมว.มหาดไทย สามารถอนุมัติให้ได้สิทธินั้นกลับมาเช่นกัน ในวันที่ 4 กันยายนนี้ศาลปกครองจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าได้ดำเนินการอย่างไรหากศาลให้ไปก็คงจบ เว้นแต่จะมีประเด็นอื่น และอาจมีการขอความคุ้มครองชั่วคราว การฟ้องร้อง รมว.มหาดไทย ไม่ได้เป็นการลงโทษแต่เป็นการเร่งรัด

คุณหญิงกษมา วรวรรณ  ณ  อยุธยา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 
"เราไม่ก้าวก่ายหน่วยงานอื่น"

 ทางกระทรวงจะดูแลเรื่องการให้ได้รับสิทธิการศึกษา ส่วนบทบาทนอกจากนี้จะไม่ไปก้าวก่ายหน่วยงานอื่น ทราบว่าแต่ละฝ่ายคงพยายาม ทั้งนี้เด็กทุกคนที่สามารถก้าวมาในระดับนี้อธิบดีกรมการปกครองก็คงอยากช่วย คิดว่าทุกฝ่ายคงหาทางช่วย กระทรวงศึกษาธิการประสานงานเป็นการภายในเช่นค่าใช้จ่ายแต่จะทำในกรอบหน้าที่ คิดว่าคงมีเด็กอีกหลายคนคงมีความสามารถ และคงมาหารือกันต่อไปในกรณีเดียวกับน้องหม่อง

 ที่ผ่านมาได้ดูแลเด็กไร้สัญชาติเรื่องการสนับสนุนการเรียน โดยมีสิทธิ์ถึงปริญญาตรีและได้รับเงินอุดหนุนเหมือนเด็กไทย การจัดการศึกษาต้องทัดเทียมเด็กไทยเช่นภาษาไทยเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ หลายโรงเรียนก็ประสบผลสำเร็จ