ข่าว

รวบแล้ว"โชกุน"โจกลอยแพทัวร์ญี่ปุ่น-จ่อโดนม.112อ้างเบื้องสูง

รวบแล้ว"โชกุน"โจกลอยแพทัวร์ญี่ปุ่น-จ่อโดนม.112อ้างเบื้องสูง

12 เม.ย. 2560

จับ “ซินแสโชกุน” โจกจัดทัวร์ผีญี่ปุ่น ลอยแพเหยื่อกว่า 2,000 คาสุวรรณภูมิ เผ่นจ.ระนอง ตร.จับแม่-ป้า-ญาติด้วย เผยซินแสดังจ่อโดน ม.112 อ้างเบื้องสูง

     ความคืบหน้ากรณีมีประชาชนกว่า 2,000 คน ตกเป็นเหยื่อเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกับบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทขายอาหารเสริม โดยชักชวนให้ซื้ออาหารเสริมชนิดหนึ่งในราคา 9,730 บาท จะได้อาหารเสริม 2 กระปุก และจะได้โปรโมชั่นไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จนมีผู้หลงเชื่อ กระทั่งวันนัดหมายเดินทางกลับถูกลอยแพเกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้นที่บริเวณเคาน์เตอร์ 1 ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของบริษัทดังกล่าวคือ น.ส.พสิษฐ์ อริญชญ์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ ซินแสโชกุน ซึ่งมีลักษณะเป็นทอม ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

     เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 เมษายน ตำรวจระนองได้รับการประสานงานจากตำรวจกองปราบปรามและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ให้ช่วยติดตามสกัดจับ น.ส.พสิษฐ์ และญาติ หลังสืบสวนทราบว่าหลบหนีเข้ามาใน จ.ระนอง กระทั่งต่อมาตำรวจเข้าตรวจสอบภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในตัวเมืองพบผู้ต้องสงสัย 5 คนเดินซื้อสินค้า จึงเข้าไปสอบถาม พบว่าทั้งหมดเป็นญาติและทีมงานของโชกุน โดยขับรถเรนจ์โรเวอร์ สีแดง ทะเบียน 6 กค 4990 กรุงเทพมหานคร 

     ส่วน น.ส.พสิษฐ์สามารถหนีรอดข้ามไปได้ โดยเจ้าหน้าที่พบรถของ น.ส.พสิษฐ์จอดทิ้งไว้ กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. ชุดสืบสวนของกองปราบปราม ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.ระนอง และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ระนอง สามารถควบคุมตัว น.ส.พสิษฐ์ ได้แถวบริเวณน้ำพุร้อน จ.ระนอง จากนั้นได้นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองบินตำรวจมาสอบสวนที่กองปราบปราม

     จากการสอบสวนทราบว่า ทั้ง 5 คนขับรถมาจากกรุงเทพฯ โดยนั่งมาในรถเรนจ์โรเวอร์คันดังกล่าว ส่วน น.ส.พสิษฐ์ได้ขับรถอีกคันติดตามมา ก่อนไหวตัวขับรถหลบหนี และถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนญาติทั้งหมดถูกนำมาสอบสวนที่กองปราบปรามเช่นกัน เบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ

   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถควบคุมตัว น.ส.พิสิษฐ์ หรือซินแสโชกุน และญาติจำนวน 5 คน ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นคนในครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด เบื้องต้นได้ส่งเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจไปรับตัวมาสอบปากคำที่กองปราบปรามทั้งหมด โดยในส่วนญาติได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัวเอาไว้จนกว่าการสอบปากคำจะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับทั้ง 5 คนแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับ “ซินแสโชกุน” มากน้อยเพียงใด

    ส่วนกรณีที่ “ซินแสโชกุน” แอบอ้างว่า จะนำสมาชิกของบริษัทเข้าเฝ้า และจะมีบุคคลพิเศษจากสำนักพระราชวังมาเป็นประธานเปิดงานให้แก่บริษัทนั้น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ระบุว่า ขณะนี้ได้ให้กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือ ปอท. รวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายมาตรา 112 หรือไม่