
คุมเข้มสงกรานต์
"ผบ.พล.ม.2" เตรียมพร้อมคุมเข้มสงกรานต์ เปิดให้เล่น 12.00 - 20.00 น. งดจำหน่ายสุรา-แอลกอฮอล์ทุกชนิด ย้ำหากเจอโทษหนัก
12 เม.ย. 60 - ที่โรงแรมดุสิตธานี พล.ต.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เป็นประธานประชุมแผนรักษาความปลอดภัยสถานที่จัดงานสงกรานต์ ถ.สีลม เขตบางรัก ระหว่างวันที่ 13 - 15เม.ย. 60 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลที่ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นหน่วยขับเคลื่อนในการประสานงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงหน่วยงาน สำนักงานเขตที่เกี่ยวข้องข้าร่วม
ทั้งนี้ พล.ต.เฉลิมพล กล่าวภายหลังการประชุมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือกัน ทั้งในส่วนของการดูแลพี่น้องประชาชน โดยจะเน้นย้ำเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องงดจำหน่ายในบริเวณพื้นที่จัดงานเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากการจัดงานนั้นยังติดอยู่ในห้วงการไว้อาลัย "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" วันนี้ตนเลยลงพื้นที่เพื่อมารับทราบถึงแผนการปฎิบัติหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชน รวมถึงเรื่องที่อยากประชาสัมพันธ์ อาทิ เรื่องระยะเวลาในการจัดงานในบริเวณพื้นที่ และการปฏิบัติตัวของประชาชนเพื่อเป็นการลดภาระของเจ้าหน้าที่และความปลอดภัยของตนเอง
นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าในส่วนของกรุงเทพมหานครนั้น ขอเน้นย้ำตามที่ พล.ต.เฉลิมพ ได้พูดไว้ว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นปีพิเศษที่ต้องสำนึกในพระมหาธิคุณ จึงของดจัดกิจกรรมที่รื่นเริงและงดการเปิดเพลงรื่นเริงตลอดพื้นที่ที่จัดงาน โดยขอเน้นย้ำถึงประชาชนที่มาร่วมงานได้ทำความเข้าใจ ทั้งนี้ทางกรุงเทพมหานครได้กำหนดเวลาที่ให้ประชาชนเข้ามาเล่นน้ำ ในเวลา 12:00 - 20:00 น. เป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา และจะไม่ให้ประชาชนเข้ามาในพื้นที่เพิ่มเติม หลัง 20.00 น. เพื่อทำการเคลียร์พื้นที่ รวมทั้งยังจัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เชฟตี้โซน จัดให้มีการรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น และห้ามน้ำอาวุธหรือของมีคมเข้าในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้ประกอบการบนพื้นที่สีลมที่ให้ความร่วมมือถึงกฎเกณฑ์ดังกล่าว โดยบุคคลใดหากฝ่าฝืนจำหน่ายแอลกอฮอล์ ปืนฉีดน้ำแรงกันสูง แป้งและดินสอพอง ถือว่ามีโทษตามกฎหมาย



