
โบโกฮารามใช้เด็กหญิงบึ้มฆ่าตัวตายพุ่ง
3 เดือนแรกปี 2560 กลุ่มสุดโต่งใช้เด็กเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายแล้ว 27 คน
กองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ ออกรายงานเมื่อวันพุธที่ 12 เมษายน ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2560 กลุ่มสุดโต่งโบโกฮารามใช้เด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิง เป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีตลาดที่มีคนพลุกพล่าน มัสยิดและค่ายพักพิงผู้ไร้ที่อยูอาศัยจากความขัดแย้ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรียและภูมิภาคทะเลสาบชาด จำนวนทั้งสิ้น 27 คน พุ่งพรวดจาก 9 คนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
หากนับรวมตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มีเด็กมากถึง 117 คนแล้วและ 80% เป็นเด็กหญิง ที่ถูกโบโกฮาราม ใช้ลงมือโจมตีแบบปลิดชีวิตตัวเองในสถานที่สาธารณะในประเทศไนจีเรีย ชาด ไนเจอร์ และคาเมอรูน ในปี 2557 มีเพียง 4 คน ปีถัดไปเพิ่มเป็น 56 คน ปีที่แล้ว 30 คน ส่วนปีนี้เพียง 3 เดือนมีจำนวน 27 คน ซึ่ง ยูนิเซฟ ระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เด็กเหล่านี้เป็นเหยื่อ ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ และการบังคับหรือหลอกพวกเขามาก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ คือความเลวร้ายสุดขีด
รายงานยกกรณีเด็กหญิงวัย 16 ปีคนหนึ่งจากชาด ที่สูญเสียขา หลังถูกโบโกฮาราม วางยาและบังคับให้โจมตีแบบฆ่าตัวตายในตลาดแห่งหนึ่ง แม้ว่าเธอรอดตาย แต่ครอบครัวเธอรับไม่ได้ในตอนแรกเพราะกลัวสังคมรอบข้าง
อีกด้านหนึ่ง ยูนิเซฟแสดงความวิตกที่กองทัพไนจีเรียกักขังเยาวชนจำนวนหนึ่งในข้อหาคบคิดกับโบโกฮาราม โดยควบคุมตัวในค่ายทหาร แยกจากพ่อแม่ ไม่มีการตรวจดูแลสุขภาพ หรือสนับสนุนด้านจิตใจ การศึกษา
แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ออกรายงานเตือนเมื่อปีที่แล้วเช่นกันว่า มีเด็กหลายคนกำลังจะตายอยู่ในศูนย์กักกันกิวา ในเมืองไมดูกูรี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย
อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ กองทัพไนจีเรียปล่อยตัวเด็ก สตรีและผู้สูงอายุเกือบ 600 คน เป็นอิสระจากศูนย์กักกันกิวา ซึ่งองค์กรบรรเทาทุกข์ระบุว่าถือเป็นความคืบหน้าสำคัญไปสู่การคุ้มครองและให้เด็กกลับสู่สังคม
การโจมตีจากโบโกฮารามและการกวาดล้าง คร่าชีวิตผู้คนกว่า 2 หมื่นนับจากปี 2552 ไร้ที่อยู่กว่า 2.6 ล้าน แม้กลุ่มอ่อนแอลงมากนับจากประธานาธิบดีมูฮัมมาดู บูฮารี สั่งกองทัพกวาดล้างอย่างหนักในปี 2558 แต่แถบทะเลสาบชาด ซึ่งเป็นบริเวณรอยต่อ 4 ประเทศ ได้แก่ ชาด ไนเจอร์ ไนจีเรีย และแคเมอรูน ยังไร้เสถียรภาพ บางพื้นที่ถูกตัดขาดโลกภายนอกสิ้นเชิง และเวลานี้กำลังเผชิญวิกฤติขาดแคลนอาหาร



