
รายงาน-สภาสูงซ้อนเกมรธน.
ปมร้อนๆ ว่าด้วย รัฐธรรมนูญ ย้อนกลับมาหลอกหลอน รัฐบาล อีกรอบ หลังจากที่ข่าวสมาชิกสภาสูงส่วนใหญ่เป็น สายเลือกตั้ง อาศัยลูก ชุลมุน ที่สังคมกำลังสับสนกับกระแส คลิปเสียง และ ผบ.ตร.
นัดแนะกัน “เคลื่อนไหวใต้ดิน” แล้วจู่ๆ ก็โผล่พรวดทะลุกลางปล้องพร้อมด้วยบัญชีส.ว.อีก 80 รายอยู่ในมือ
พร้อมจะเอารายชื่อนี้ไปผนึกกับส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อยื่น “แก้รัฐธรรมนูญ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญต้องมีชื่อส.ส.และส.ว.รวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
ตีเป็นตัวเลขก็ราวๆ "ร้อยยี่สิบปลายๆ" !!!
ที่ผ่านมา ส.ว.ก๊วนนี้ พยายามปั่นกระแสแก้รัฐธรรมนูญ มาโดยตลอด
หัวหอกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ประสิทธิ์ โพธสุธน” ส.ว.สุพรรณบุรี พี่ชายแท้ๆ ของ “ประภัตร โพธสุธน” อดีตน้องรัก “บรรหาร ศิลปอาชา” แต่ระยะหลังๆ ตีตัวออกห่าง “บิ๊กเติ้ง” ปรับจูนคลื่นความถี่ตรงกับย่านดูไบมากกว่าบึงฉวาก
ว่ากันว่าด้วยความที่ “ประสิทธิ์” มีบุคลิกส่วนตัวแบบนักเลง รักพวกพ้องทำนอง “ใจถึง-พึ่งได้” เขาจึงผงาดเป็น “ผู้มีบารมี” ในสภาสูง “ตัวจริง เสียงจริง” ภายในเวลาอันรวดเร็ว
มีลูกทีมหลายสิบชีวิตที่พร้อมจะ “กระดิก” หากหัวที่ชื่อ “เสี่ยประสิทธิ์” เริ่มส่าย
ส่วนแนวทางนั้น ตรงกันข้ามกับกลุ่ม “40 ส.ว.” อย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ พลพรรคส.ว.สายเลือกตั้งก๊วนนี้ เคยโชว์พลังลุยรื้อรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายรอบ แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ถูกกระแสต้านรอบด้าน เลยต้อง “ม้วนเสื่อ” ลาโรงไปก่อนเวลาทุกที
อดทนเฝ้ารอมาจนถึงวันที่ “ดิเรก ถึงฝั่ง” ส.ว.เมืองนนท์ รวบรวมข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ที่ประมวลมาจากวงประชุมของ “คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ยื่นให้แก่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี
ปรากฏว่าก็ยังมี “ก้างขวางคอ” ชิ้นเบ้อเริ่ม คือ “40 ส.ว.” โดดออกมาขวางทางสวรรค์ ไม่ยอมให้ใครแตะรัฐธรรมนูญง่ายๆ
การออกโรงคัดค้านของกลุ่ม 40 ส.ว. กลายเป็น “เงื่อนไข” ที่ “อภิสิทธิ์” หยิบฉวยไปอ้างเพื่อ “ซื้อเวลา” ทุกที่ทุกเวที ว่าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เพราะส.ว.กลุ่มนี้ เขาคาใจอยู่
หลังจากอดทนกล้ำกลืน ปล่อยให้สภาสูงถูกชี้นำโดยกลุ่ม “40 ส.ว.” ที่ครอบงำผ่าน “ประสพสุข บุญเดช” มานาน มาถึงวันนี้ “เงื่อนเวลา” ของ “เกมอำนาจ” ในสภาสูง เดินมาใกล้ถึงจุดแตกหัก
เกมที่ซ่อนอยู่ใต้วาระ “รัฐธรรมนูญ” คือเกมล้างบางอำนาจของกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ยึดโยงแผ่เครือข่ายครอบงำสภาสูง ไล่ตั้งแต่ “ประธานวุฒิสภา” ไปจนถึงประธานกรรมาธิการชุดต่างๆ
ดังนั้นเมื่อเวลาในการดำรงตำแหน่ง “ส.ว.” ผ่านไปแล้วเกือบ 2 ปี ถึงเวลาที่ “เก้าอี้” ต่างๆ ต้องถูกเปลี่ยนมือตามที่ได้ตกลงไว้
ตั้งแต่ “ประธานวุฒิสภา” ที่กลุ่มส.ว.เลือกตั้ง วาง “นิคม ไวยรัชพานิช” ขึ้นท้าชน “ประสพสุข” ไล่ไปจนถึงประธานคณะกรรมาธิการ เกือบทั้งหมดจะต้องถูก “เกลี่ย” เพื่อเปลี่ยนมือ
นั่นหมายถึงเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่ “ส.ว.เลือกตั้ง” จะจัดทัพเตรียมทีมเพื่อตะลุยฝ่าวงล้อมอำนาจของ กลุ่ม 40 ส.ว. เพื่อแหกด่านเข้ายึดอำนาจการนำในสภาสูงจากอ้อมกอดของ “กลุ่ม 40” ให้ได้
การกระโจนเข้าสู่ “สงครามรัฐธรรมนูญ” จึงเป็นแผนที่วางยาวแบบข้ามช็อต !!!
ว่ากันว่า กว่าที่สมาชิกกลุ่ม 40 ส.ว. บางคนจะรู้ตัวว่า “ส.ว.ประสิทธิ์” เปิดเกม “รัฐธรรมนูญ” ขึ้นมาเพื่อตรวจแถวทหารเตรียมรับมือกับศึกใหญ่ในอนาคต ก็เผลอลงชื่อกับเขาไปแล้วตั้ง 3 คน
แต่เมื่อ “แกน” ของส.ว.สรรหา “ต่อสาย” อธิบายความจึงได้หูตาสว่าง วิ่งโร่ไปถอนชื่อแทบไม่ทัน
ดังนั้นเกมที่ “ส.ว.เลือกตั้ง” กำลังจะเล่น มี 2 ทางคือ ทางหนึ่ง “โยนหิน” แก้รัฐธรรมนูญ ถ้าดันกันจนแก้ได้ก็เท่ากับว่าเร่งวันยุบสภาล่างให้เร็วขึ้น ส.ส.ฝ่ายค้านก็จะได้ประโยชน์
แต่หากว่า “ฝืนกระแส” ต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญจากรอบด้านไม่ไหว “ส.ว.เลือกตั้ง” ก็ใช้งานนี้ตรวจสอบขุมกำลัง เพื่อปรับขบวนทัพเปิดศึก “ตัดกำลัง” ล้างบางอำนาจกลุ่ม “40 ส.ว.”
หนังเรื่องนี้ยังอีกยาว เพราะฉะนั้นจึงอย่าได้กะพริบตา
เพราะ "ศึกภายในสภาสูง” จะระอุอีกระลอก!
เสถียร วิริยะพรรณพงศา



