
การเมืองไร้จิตสำนึก
พฤติกรรม ส.ส.พรรคเพื่อไทยในการป่วนสภาบ่ายวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยอาศัยจังหวะเพื่อสร้างแต้มต่อ หาเรื่องเอาคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมาเปิด เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภา ส.ส.เพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
ก็ใช้วิธีเอาข้อความมาอ่าน ท่ามกลางเสียงประท้วง เพียงหวังจะให้ข้อความถูกเผยแพร่ผ่านสื่อให้ประชาชนรับรู้ โดยไม่คำนึงว่าจะสร้างความเสียหายให้แก่สภาซึ่งเป็นสถาบันที่สมาชิกเอาความจริงมานำเสนอเท่านั้น ทำให้ประชาชนเห็นพฤติกรรมน่ารังเกียจหลายประการ หวังเอาแต่ได้ ปราศจากจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบ
พฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้สำนวนโวหาร ลีลาฉกฉวยจังหวะเพื่อสร้างค่าตัว ไม่คำนึงถึงกฎ กติกา และความเหมาะสม เจตนาสร้างการบิดเบือน ให้ประชาชนหลงเชื่อในข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้การเมืองซึ่งตกต่ำ ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองน้ำเน่า ต้องอยู่ในระดับตกต่ำ เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ เป็นสัญญาณว่าจากนี้ไปการเมืองซึ่งหวังเอาแต่ได้ จะถูกใช้เป็นวิธีการทำลายฝ่ายตรงข้ามมากกว่าการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน โดยเฉพาะในยุคซึ่งการเมืองมีกลุ่มบุคคลมุ่งรับใช้กลุ่มผลประโยชน์แลกกับเงินและตำแหน่ง นอกเหนือจากโอกาสจะได้สร้างรายได้ส่วนตัว และเอาอกเอาใจผู้อุปถัมภ์
ผู้ทำหน้าที่ประธานสภาในช่วงของการป่วนนั้น แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถควบคุมได้ ปล่อยให้การไร้สาระดำเนินต่อไป พูดจาวกไปวนมา นอกเรื่อง โดยไม่มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง เป็นการเสียเวลา และทำให้สถาบันไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเพราะพฤติกรรมน่ารังเกียจของสมาชิกไร้จิตสำนึกนั่นเอง
ดังนั้น จะหวังให้สภาเป็นที่พึ่งของประชาชนคงไม่ได้ เพราะสมาชิกบางกลุ่มเป็นเครื่องมือและผลประโยชน์ของกลุ่มการเมือง รวมทั้งกลุ่มนอกกฎหมาย เป็นเวทีรณรงค์สำหรับกลุ่มการเมือง ขบวนการบ่อนทำลายบ้านเมือง ดังจะเห็นได้ชัดถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างพรรคการเมือง กลุ่มมวลชน และกลุ่มธุรกิจ โดยอาศัยผลประโยชน์ร่วมกัน
ประธานสภาสมควรต้องรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว เพราะปล่อยให้นักการเมืองฉวยโอกาสพูดจาเชิงประชด เสียดสี กล่าวร้ายต่อผู้อื่น ดูหมิ่นความสามารถจากผู้อื่น ทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่มีความสามารถในการพิสูจน์เสียง เมื่อสภามีการถ่ายทอดเสียง ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย เพราะนักการเมืองต่างแย่งกันแสดงผลงาน โดยเฉพาะการประท้วง แม้จะไม่มีเหตุผลก็ตาม
ประเด็นคลิปเสียงนายกฯ ซึ่งนักการเมืองฝ่ายค้านนำมาตั้งกระทู้นั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องนำมาถกในสภา เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์ว่าเป็นการตัดแต่งเติมเสียง แต่พรรคการเมืองซึ่งเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์เกรงว่าจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาจึงหาหนทางเบี่ยงเบน เอาความเท็จ การสร้างความกำกวมมานำเสนอ แม้จะอ้างว่ารับผิดชอบความเสียหาย แต่ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่านักการเมืองไม่รับผิดชอบอะไรเลยสำหรับความเสียหายต่อบ้านเมือง หรือพฤติกรรมชั่วร้ายของตัวเอง เหตุการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาจึงเป็นเสมือนเวทีสำหรับการแสดงจำอวดเท่านั้น



