"ดีเอสไอ"ถอนกำลังพ้นธรรมกายแล้ว
"ดีเอสไอ"สั่งถอนกำลังจากธรรมกาย หลังคสช.ประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญภาพถ่ายทางอากาศเข้าเก็บหลักฐาน"มุกตะวัน"ธรรมกายสาขาพังงา บุกรุกป่าควนจุก
12 เม.ย. 60 - พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบ เรื่องยกเลิกการกำหนดพื้นที่ควบคุมพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายว่า ดีเอสไอขอใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อตรวจค้นจับกุมตัวพระธัมมชโย ภายในวัดพระธรรมกาย เมื่อพิสูจน์ทราบแล้วว่าผู้ต้องหาไม่อยู่ภายในพื้นที่ควบคุมภารกิจจึงถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อมีการประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุม ดีเอสไอจึงถอนกำลังออกจากวัดพระธรรมกาย ในส่วนของทหารจะดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่รอบนอก ขณะที่มาตรการดูแลวัดพระธรรมกายจะดำเนินการโดยคณะกรรมการร่วม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะสงฆ์ สำหรับพื้นที่ที่ถูกยกเลิกจากการเป็นพื้นที่ควบคุม ประกอบด้วย พื้นที่รอบวัดพระธรรมกายในอำเภอคลองหลวง หมู่ 7-12ในต.คลองสอง และหมู่ 7-11 ในต.คลองสาม จ.ปทุมธานี
ด้านพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีสถานปฎิบัติธรรมมุกตะวัน สาขาวัดพระธรรมกาย จ.พังงา บุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าควนจุก. ในอ.เกาะยาว จ.พังงา ว่า ดีเอสไอได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพที่ดินภายในสถานปฎิบัติธรรมดังกล่าว เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ย้อนหลังไปจนถึงปีที่มีการขอออกเอกสารสิทธิที่ดิน โดยใช้หมายค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าเก็บข้อมูลหลักฐานและภาพถ่าย เนื่องจากก่อนหน้านี้ศูนย์แผนที่ได้ใช้โดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ ขึ้นบินสำรวจเพื่อเก็บภาพถ่ายทางอากาศ แต่สภาพพื้นที่มีต้นไม้บดบังทำให้โดรนไม่สามารถเก็บภาพถ่ายทางอากาศได้ จำเป็นต้องเข้าเก็บภาพถ่ายพร้อมพิกัดที่ดินร่วมกับตำรวจ เบื้องต้นพบว่าภายในบริเวณสถานปฎิบัติธรรมมุกตะวันมีก่อสร้างอาคารคล้ายกับวัดพระธรรมกาย และการปลูกสร้างส่วนมากไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ. ขณะนี้อยู่ระหว่างการแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อส่งมอบให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ทั้งนี้คดีบุกรุกเขตป่าสงวนและที่ดินสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ เป็นคดีในความรับผิดชอบของตำรวจ. แต่เนื่องจากตำรวจไม่มีภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังจึงต้องให้ดีเอสไอช่วยสนับสนุนข้อมูล



