ข่าว

 ผบช.ก.เร่งจับ-ยึดทรัพย์บ.แชร์ลูกโซ่ชดใช้เหยื่อ

 ผบช.ก.เร่งจับ-ยึดทรัพย์บ.แชร์ลูกโซ่ชดใช้เหยื่อ

12 เม.ย. 2560

“ฐิติราช” ผบช.ก.สั่งเร่งจับกุม  “ซินแส โชกุล”ยึดทรัพย์เพื่อนำเงินทั้งหมดมาชดใช้ค่าเสียให้กับผู้เสียหายระบุสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานหลักฐานไม่สามารถยอมความ

     คืบหน้าล่าสุดบริษัทแชร์ลูกโซ่ตุ๋นเที่ยวญี่ปุ่น พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์  ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง”( ผบช.ก. ) ได้เดินทางมา สอบปากคำ 2 แม่ข่ายบริษัทแชร์ลูกโซ่ตุ๋นเที่ยวญี่ปุ่น 

       พร้อมสั่งติดตามจับกุมหัวหน้าขบวนการ “ซินแส โชกุล” ซึ่งเป็นเจ้า   ของบริษัทฯ มาดำเนินคดี  ตรวจสอบประวัติพบ ก่อคดีหลอกตุ๋นโชกโชน และมีหมายจับอีก 3-4 หมาย แถมยังเปลี่ยนชื่อสกุลเป็นว่าเล่นกว่า 10 ครั้ง เพื่อเปิดเเละจดทะเบียนบริษัทฯ ตุ๋นเหยื่อ

         เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 เม.ย.60 พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมกับเปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหาย และสอบปากคำผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มบริษัทแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว

      พร้อมทั้งวางแผนแนวทางการทำงาน เพื่อติดตามจับกุมหัวหน้าขบวนการ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทฯ มีพฤติกรรมชัดเจนเพราะเคยมีประวัติการก่อคดีในลักษณะนี้ และจากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับติดตัว 3-4 หมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นคดีลักษณะเดียวกัน โดยมีการเปลี่ยนชื่อสกุลมาแล้วกว่า 10 ครั้ง เพื่อเปิดเเละจดทะเบียนบริษัท

            อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อเนื่อง โดยมี 3 หน่วยงานหลักรับเรื่องคือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค ตำรวจประจำสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทั้งหมด 470 คน  

           ผบช.ก.ยังระบุอีกว่า สำหรับคดีนี้ผู้เสียหายที่อยู่ในพื้นต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม โดยสามารถไปแจ้งความร้องทุกข์ใด้ในพื้นที่สถานีตำรวจในภูมิลำเนาของตนเอง หลังจากนี้จะเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการรวบรวมสำนวนมาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเป็นศูนย์กลางในการทำงาน

      เนื่องจากคดีนี้เข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชน ที่มีผู้เสียหายมากกว่า 10 คน  มาตรการหลังจากนี้ จะเร่งติดตามยึดทรัพย์เพื่อนำเงินทั้งหมดมาชดใช้ค่าเสียให้กับผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านคดีในลักษณะนี้จะมีการยอมความกันได้

      แต่สำหรับคดีนี้จากการสอบปากคำผู้เสียหาย และพยานหลักฐานพบว่า ไม่สามารถยอมความได้