ข่าว

ครม."สมัคร"ลุ้นปปช.ชี้มูลเขาพระวิหาร7กย.

ครม."สมัคร"ลุ้นปปช.ชี้มูลเขาพระวิหาร7กย.

03 ก.ย. 2552

ป.ป.ช.เตรียมสรุปสำนวนคดีเขาพระวิหารเข้าที่ประชุมใหญ่ 7 ก.ย. ก่ำกึ่งชี้มูลทันทีได้หรือไม่

น . ส . สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป . ป . ช . ) ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนไต่สวนคดีถอดถอนคณะรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลนาย สมัคร สุนทรเวช พร้อมคณะ กรณีออกมติ ครม . สนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการลงมติชี้มูลแต่อย่างใด ยังเป็นการถกเถียงกัน ในประเด็นที่มีการสรุปมา ดังนั้นที่ประชุมจึงให้กลับไปทำสำนวนมาใหม่อีกครั้ง เพื่อให้รอบคอบเรียบร้อย แล้วนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 7 ก . ย .

 "มีกรรมการบางคนต้องการให้สอบนักวิชาการบางคนในฐานะพยานเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะถ้าสอบไม่ได้ก็คงไม่เป็นไร อย่างไรก็ตามการที่จะให้ฝ่ายรับผิดชอบสำนวนคดีไปสรุปสำนวนมาให้รอบคอบนั้น ก็ต้องให้เวลา เพราะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ จะไม่เร่งรัดในเรื่องนี้ แต่ต้องยึดหลักความเป็นธรรมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากเอาเวลาไปเป็นตัวเร่งก็จะเกิดความบกพร่องได้"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเห็นที่ยังแตกต่างกันอยู่เป็นข้อเท็จจริงเรื่องใด น . ส . สมลักษณ์กล่าวว่า เป็นรายละเอียด เพราะเรื่องนี้มีเค้าโครงด้านประวัติศาสตร์มานานมาก ความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่มีคำพิพากษาของศาลโลกในปี 2505 ดังนั้นจึงต้องมีเอกสารประกอบจำนวนมาก จึงต้องให้เวลากับทางคณะผู้สรุปสำนวนเพื่อให้สรุปออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้กรรมการแต่ละท่านอ่านอย่างชัดเจนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการตีความได้ ซึ่งก็ได้ขอร้องกรรมการแต่ละคนได้นำเอกสารทั้งหมดนั้นกลับไปอ่านด้วย เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก

 น . ส . สมลักษณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก . ย . นี้ จะเป็นการสรุปสำนวนกลับเข้ามาที่ประชุมใหญ่อีกครั้ง ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถชี้มูลได้ในวันดังกล่าวได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ถ้ายังไม่สามารถชี้มูลได้ คาดว่าน่าจะชี้มูลได้ภายในเดือน ก . ย . นี้

 เมื่อถามว่า กรรมการจะพิจารณาเรื่องการส่อเจตนาในการกระทำความผิดของอดีตรัฐมนตรีรัฐบาล “ สมัคร ” อย่างไร น . ส . สมลักษณ์กล่าวว่า จะดูจากพยานหลักฐาน พยานบุคคล และนำมาสรุปว่า ส่อเจตนาหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในที่ประชุมมาก เพราะไม่มีใครรู้เจตนาของผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้เป็นจุดที่ลำบากทำให้มีการถกเถียงกันมาก ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องที่วัดกันได้ยาก

 เมื่อถามว่า การลงมติชี้มูลความผิดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันแบบเหมาเข่งหรือรายบุคคล น.ส.สมลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พูดยาก ต้องดูที่การกระทำของแต่ละคน แต่การเหมาเข่งไปเลยนั้นคงยาก

 เมื่อถามว่า จะนำคำสัมภาษณ์ของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว . ต่างประเทศ ที่พยายามผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร มาพิจารณาในแง่ส่อเจตนาด้วยหรือไม่ น . ส . สมลักษณ์ กล่าวว่า นำมาดูทั้งหมด ไม่ว่าการไปร่วมเจรจาทั้งหลายก็นำมาดูทั้งหมด

 เมื่อถามว่า กรณีที่ ครม . บางคนคัดค้านการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ในที่ประชุมครม.ว่า อาจจะผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จะถือว่ามีเจตนาในการทำผิดหรือไม่ น . ส . สมลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูว่ามีการคัดค้านจริงหรือไม่ เพราะบังเอิญในการประชุมครม . ไม่มีรายงานว่า ใครพูดอะไร ดังนั้นจึงต้องสอบจากพยาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า พยานระบุอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าความสมบูรณ์ของสำนวนสามารถชี้มูลได้ในวันที่ 7 ก . ย . นี้ เลยหรือไม่ น . ส . สมลักษณ์ กล่าวว่า ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะอาจจะมีอะไรแตกแขนงออกไป และเป็นดุลยพินิจของกรรมการแต่ละคนและเจ้าหน้าที่ผู้ทำสำนวน ซึ่งเป็นไปโดยสุจริต เพราะถ้าเป็นดุลยพินิจที่ไม่สุจริตก็จะเห็นไปในแนวเดียวกัน แต่เมื่อสุจริตแล้วย่อมต้องมีการถกเถียงกัน ซึ่งเป็นดุลยพินิจของกรรมการแต่ละคน ตามแนวประสบการณ์ ดังนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ยืนยันว่ากรรมการใช้ดุลยพินิจโดยอิสระ

 เมื่อถามว่าเสียงโหวตกรรมการจะแพ้ชนะต่างกันเยอะหรือไม่ น . ส . สมลักษณ์ กล่าวว่าถามอย่างนี้คงพูดยาก ยืนยันว่ากรรมการใช้ดุลยพินิจโดยอิสระ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการพิจารณาคดีเขาพระวิหารเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย โดยมีการให้คณะกรรมการป.ป.ช.อภิปรายความเห็นเป็นรายบุคคล ประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างมากในที่ประชุมคือ พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาว่า จะต้องมีพฤติการณ์อย่างไรถึงจะเรียกว่า “ ส่อเจตนาทุจริตในการกระทำผิด ” ซึ่งต้องใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง อย่างไรก็ตามได้ข้อสรุปว่า การลงมติชี้มูลความผิดคดีนี้ จะพิจารณาความผิดตามพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลว่า ใครกระทำความผิดบ้าง จะไม่มีการลงมติชี้มูลความผิดแบบเหมาเข่งไปในทิศทางเดียวกันทั้ง 28 คน เนื่องจากในวันที่ครม.มีมติสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น มีรัฐมนตรีบางคนคัดค้านในที่ประชุมครม.ว่า จะต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาก่อน เพื่อไม่ให้มีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ขณะที่รัฐมนตรีบางคนก็ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมครม.ขณะที่มีการลงมติ

 ทั้งนี้มีกรรมการป.ป.ช.บางคนเห็นว่า การลงมติคดีนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากมีการลงมติช้าไปบ้างก็ถือว่าช้าแต่ชัวร์ ดีกว่ารีบพิจารณาแล้วถูกกระแสสังคมโจมตี นอกจากนี้ที่ประชุมป.ป.ช.ยังมีการพูดกันถึงกรณีที่ป.ป.ช.กำลังถูกโจมตีเรื่องการรับใบสั่งจากฝ่ายการเมือง เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลในคดีสำคัญๆเช่น กรณีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. โดยกรรมการป.ป.ช.ทุกคนพูดไปในทางเดียวกันว่า ไม่มีใบสั่งจากฝ่ายการเมือง ทุกอย่างพิจารณาตามข้อเท็จจริง และหลักฐาน