ข่าว

ประชาชนเลี่ยงร้อนเข้าสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด

ประชาชนเลี่ยงร้อนเข้าสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด

12 เม.ย. 2560

บรรยากาศประชาชนสักการะพระบรมศพ วันที่ 161

ประชาชนเลี่ยงร้อนเข้าสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด

        วันที่ 12 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  เป็นวันที่ 161 ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง เวลา 04.50 น. ให้ประชาชนที่เดินจากทั่วประเทศมาเข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบ ปรากฎว่ามีประชาชนทั้งจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ จ.สมุทรสาคร, จ.กระบี่, จ.นครราชสีมา, จ.บุรีรัมย์, จ.กาญจนบุรี เป็นต้น เดินทางมาถวายสักการะตั้งแต่เช้าเป็นจำนวนมาก เพราะต้องการหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน

ประชาชนเลี่ยงร้อนเข้าสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด

นางสาววันดี เลิศดำรงรักษ์-นางสิริวรรณ นิ่มพิจารย์

          หลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวันจึงเลือกเดินทางมาตั้งแต่เช้า โดยมาถึงที่จุดพักคอยตั้งแต่เวลา 06.00 น. นางสาววันดี เลิศดำรงรักษ์ อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร อาชีพค้าขาย เล่าว่าตัวเองมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งที่สอง แต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนครั้งแรก คือ ปลื้มปิติที่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อแสดงความรักความคิดถึงพระองค์บ้าง โดยอาชีพค้าขาย ตัวเองจึงน้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  ในเรื่องความซื่อตรงและความซื่อสัตย์ทั้งต่อตัวเองและต่อลูกค้า นอกจากนี้ก็เป็นหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในที่นี้หมายถึง มีความสุขในสิ่งที่มีไม่ใช่จ่ายเกินตัว และไม่สร้างหนี้สินให้เป็นภาระแก่ตัวเองและผู้อื่น

           “ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จมาแล้วหลายครั้ง ตอนนั้นรู้สึกปลื้มปิติมาก ถามว่ารักพระองค์ท่านตรงไหน บอกได้เลยว่าพูดไม่ถูกเพราะรักพระองค์ท่านในทุกๆ สิ่ง ทุกๆ ด้านที่เป็นพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานมากมายแต่ใช่เพื่อพระองค์เองแต่เป็นการทำงานเพื่อประชาชนทั้งสิ้น ในแต่ละวันจะเห็นได้จากข่าวพระราชสำนักว่า พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารตลอดเวลา ยังไม่รวมถึงโครงการพระราชดำริฯ ต่างๆ ที่ทรงคิดขึ้นเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพสกนิกร” นางสาววันดี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

          เช่นเดียวกับ นางสิริวรรณ นิ่มพิจารย์ อาชีพแม่บ้านวัย 71  ปี ชาวอำเภอ จังหวัดแพร่ แต่มาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ นาอนกว่า 50 ปี น้ำตานองหน้าเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่มาในวันนี้ โดยเจ้าตัวเผยว่า มาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะมากับน้องสาวบ้าง มากับเพื่อนบ้าง ตั้งใจว่าหลังสงกรานต์ก็จะมาอีก และส่วนใหญ่จะเลือกมาในช่วงเช้า เพราะอากาศไม่ร้อนมากนัก วันนี้ถึงพระองค์จะเสด็จสวรรคตไปนานกว่าหลายเดือนแล้ว แต่ยังคิดถึงพระองค์ท่านมากๆ ทุกวันนี้เวลาดูข่าวพระราชสำนัก ยังร้องไห้คิดถึงพระองค์ท่านทุกที

          “สมัยตอนเด็กๆ มีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่านพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์หลายครั้ง เวลาที่เสด็จฯ ไปทรงงานที่ทางภาคเหนือ ด้วยความคิดของแม่ว่าเราเป็นคนต่างจังหวัด อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสได้เฝ้าฯ รับเสด็จ เหมือนอย่างคนในกรุงเทพฯ ดังนั้น หากรู้ว่าจะมีขบวนเสด็จฯ จะต้องพาลูกๆ ไปรอทุกครั้ง เช่น เมื่อครั้งเสด็จฯ เปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อีกครั้งเมื่อครั้งเสด็จฯ โดยรถไฟไปจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อรถไฟมาถึงสถานีรถไฟบ้านปิน ตอนประมาณหนึ่งทุ่ม พอประชาชนเปล่งเสียงทรงพระเจริญ จำได้แม่นว่าพระองค์ท่านพร้อมกับพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งกำลังเสวยพระกายาหาร ทรงวางช้อนแล้วทรงประทับยืนโบกพระหัตถ์ให้ทันที สร้างความปลื้มปิติให้แก่ประชาชนในวันนั้นอย่างท่วมท้น จากจุดนี้ทำให้เราเองค่อยๆ ผูกพันกับพระองค์ท่าน ยิ่งได้เห็นว่าทรงทำงานอย่างหนักก็เพื่อประชาชนโดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างที่ทุกคนทราบกันดี ยิ่งทำให้เรารักพระองค์มากยิ่งๆ ขึ้น” นางสิริวรรณ นิ่มพิจารย์ เผยความรู้สึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ตัวเองรัก