อากาศร้อนไม่เป็นอุปสรรคต่อการกราบพระบรมศพ
วิศวกรหนุ่มภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานโครงการพระราชดำริ
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่องท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว บางคนเดินทางมาเป็นครั้งแรกขณะที่บางคนเดินทางมามากกว่า 1ครั้ง
นางสุชีรา จตุวงศ์ เดินทางมาพร้อมกับญาติๆ รวม 5 คน ประกอบด้วย นางวรุณรัตน์ นายวินิท นายเพชร วุฒิมานพ และนางสาวปทุม แก้วดี จากบ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์ เผยว่า ตัวเองมาเป็นครั้งแรก แต่ญาติๆ มากันเป็นครั้งที่ 2 บ้าง ครั้งที่ 3 บ้าง
"ดีใจที่ได้มากราบพระบรมศพพระองค์ท่าน และหากมีโอกาสก็ตั้งใจจะมาอีก ที่ผ่านมารักและประทับใจพระองค์ท่านที่ทรงรักประชาชนและทรงงานทุกอย่างเพื่อประชาชนโดยไม่นึกถึงตัวเอง ตอนพระองค์ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านที่โรงพยาบาลศิริราช ตอนนั้นคุณพ่อเข้าไปรักษาที่นั่นพอดีพระองค์ท่านยังได้พระราชทานพวงมาลัยมาให้คนป่วยทุกคนด้วย คุณพ่อก็นำมาแบ่งให้กับลูกกลานได้เก็บไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้อย่างดีบนหิ้ง" นางสุชีรากล่าว
น.ส.ลินดา จรรยาประเสริฐ-นางสิรี-นางมณี เลี่ยงภัย-นายนันทวัฒน์ อจลานนท์
นางมณี เลี่ยงภัย อายุ 60 ปี ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางจาก อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมน้องสาว ลูกชายและเพื่อน น.ส.สิรี เลี่ยงภัย นายนันทวัฒน์ อจลานนท์ และน.ส.ลินดา จรรยาประเสริฐ กล่าวว่า มีโอกาสมาเข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่2 แต่คนอื่นมาเป็นครั้งแรก แต่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็รู้สึกซาบซึ้งและปลื้มใจ เพราะเรารักพระองค์ท่านมาก พระองค์ทรงงานให้แก่ประชาชนคนไทยมานานนับ70 ปี และรู้สึกเป็นบุญมากๆ ที่เคยได้เฝ้าฯ รับเสด็จท่านหลายครั้งทั้งที่ได้เห็นพระองค์อย่างใกล้ชิดหรือแม้แต่มองเห็นระยะไกล แต่ทุกครั้งก็จะจดจำนำความปลาบปลื้มมาเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นข้าในพระองค์ ตัวเองได้ปฏิญาณตนในการทำงานเพื่อประเทศชาติเป็นที่หนึ่ง ไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน พร้อมให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกง โดยได้ยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างมาตลอด
ด้านลูกชาย นายนันทวัฒน์ อจลานนท์ วิศวกรโยธา เผยถึงความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งถวายงานรับใช้ในโครงการพระราชดำริ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการในพระราชดำริเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก และโครงการพระราชดำริสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมหรือสะพานภูมิพล ทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าโครงการในพระราชดำริของพระองค์ทรงสร้างประโยชน์และช่วยให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้นมาก
ก่อนหน้าที่จะได้มาทำงานถวายพระองค์ ก็เป็นช่างทำงานทั่วไป แต่วันหนึ่งนั่งเรือข้ามฟากผ่านโครงการที่กำลังก่อสร้างสะพานภูมิพล ในใจก็คิดอยากจะมีโอกาสได้ทำงานถวายพระองค์ท่านและในที่สุดก็มีโอกาสนั้นจริงๆ นับเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต นอกจากนี้งานที่ทำต้องอยู่กลางแดด อากาศร้อน และมีฝุ่นเยอะ แต่ทุกครั้งเมื่อได้มองพระบรมฉายาลักษณ์ที่มีหยดเหงื่อตรงปลายจมูกพระองค์ท่านก็กลับทำให้มีกำลังใจ พร้อมอดทนและสู้งานต่อไป เพราะพระองค์ทรงเหนื่อยกว่าพวกเราหลายเท่า ขณะเดียวกันตัวเองเป็นมุสลิม รู้สึกปลื้มใจที่พระองค์พระราชทานให้แปลคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทย ทำให้เห็นว่าทรงไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นศาสนา ทรงห่วงใยทุกคนด้วยความเท่าเทียมกัน และเชื่อว่าชาวมุสลิมก็รักและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพวกเรา



